Baan Chin Alley

Baan Chin AlleyBaan Chin Alley

Baan Chin Alley is located in Muang Tak District on Taksin Road, not far from the 200-year Rattanakosin City Somphot Bridge. It is a very prosperous trading community in the past. Even today,

the hustle and bustle of the trading community may not remain. But traces of past glory remain.

Through the old houses that still retain the original architecture quite intact Allowing future generations to appreciate the simple lifestyle

Become another interesting tourist attraction of Tak Province.

When arriving at the entrance to the entrance alley We can see the sign on the front of the Chinese house alley.

Find a parking spot in the neighborhood and walk in. Because the alley is quite small, the cars are incompatible Walking around the house is more convenient.

From the mouth of the alley to the end of the alley, not far It takes only 15-30 minutes to walk to see and take pictures. We recommend you to come in the morning no later than 10 o’clock or 4:30 in the afternoon, the light will hit the house.

Baan Chin Alley

Ban Chin Alley has been the commercial center of Tak since the beginning of Rattanakosin City.

Since the area is adjacent to the Ping River and is a port for loading and unloading products During World War II, the Chinese house alley was affected by bombing.

The villagers had to migrate, thus making the community lonely. ufabet

But nowadays, the community has gathered together to maintain, restore and repair the old houses that still exist in the Chinese alley to make it lively. Thus making this community become known again

Houses in the Chin Ban Alley community It is a wooden house with a combination of Ayutthaya,

Chinese and classic art in the reign of King Rama V, some of them still inhabited. Some of them were abandoned.

But every house has its own beauty. Of course, these houses are the residents or domiciled of the descendants of the important family of Tak Province.

แก่งคันสูง

แก่งคันสูงแก่งคันสูง ตั้งอยู่ในอำเภอชานุมาน สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้วยภูมิทัศน์โดยรอบที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ชมแก่งกลางลำน้ำที่มีความสวยงามของแม่น้ำโขง แก่งคันสูงเกิดจากลานหินกว้างที่กั้นขวางลำน้ำโขง

ในช่วงฤดูน้ำลดสามารถมองเห็นเกาะแก่งกลางน้ำได้  จนเดินข้ามฝั่งแม่น้ำโขงได้เลยทีเดียว(แต่ไม่สามารถขึ้นบริเวณฝั่งลาวได้) ไฮไลท์ของการมาเที่ยวแก่งสูง คือ การได้นั่งทานอาหารบนเรือนแพลอยน้ำ ให้เลือกหลากหลายร้าน ไว้บริการนักท่องเที่ยวริมแก่ง สามารถมานั่งทานอาหารเอาขาจุ่มน้ำแบบเพลินๆ โดยอาหารที่ขายส่วนใหญ่เป็นเมนูอาหารอีสาน ทั้งส้มตำ น้ำตก ลาบ ปลาเผา ยำต่างๆ ชอบร้านไหนเดินไปสั่งอาหารแล้วนั่งชมวิวรับลมเย็นกันได้ufabet

บริเวณแก่งคันสูงมีหลายร้าน ส่วนร้านไหนรสชาติสุดก็ต้องลองกันเอง เราเลือกทานร้านริมสุดรสชาติค่อนข้างติดหวานทุกอย่าง แต่ร้านอื่นไม่แน่ใจว่ารสชาติเป็นอย่างไร เคยไปทานอาหารบนแพในลักษณะแบบนี้มาหลายแห่ง ปกติจะทำใจในเรื่องรสชาติอยู่แล้วไม่ได้คาดหวังเยอะ เน้นบรรยากาศมากกว่า

วัดธรรมามูลวรวิหาร

วัดธรรมามูลวรวิหารวัดธรรมามูลวรวิหาร ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาธรรมามูลริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตอำเภอเมือง จังหวัด ชัยนาท เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น เป็นวัดที่กษัตริย์แห่งวงศ์สุโขทัย (พระร่วง) หรือพระมหาธรรมราชาเป็นผู้สร้าง มีหลักฐานคือ พระพุทธรูปบูชาบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ที่พังลงมา และพระเครื่อง (พระร่วง) เป็นจำนวนมาก

อีกอย่างหนึ่งมีใบเสมาคู่ เป็นศิลปะสมัยอยุธยาเป็นหลักฐาน  ในพระวิหารประดิษฐาน “หลวงพ่อธรรมจักร” ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ เป็นศิลปะประยุกต์สมัยเชียงแสนตอนปลายถึงสุโขทัยตอนต้นผสมกับสมัยอยุธยา

พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ประทับยืนบนฐานรูปดอกบัว พระหัตถ์ขวาทรงยกขึ้นเสมอพระอุระหันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ  จังหวัดชัยนาทได้นำสัญลักษณ์พระธรรมจักรมาเป็นสัญลักษณ์และตราประจำจังหวัดชัยนาท

ซึ่งน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัดธรรมามูลถือว่าเป็นน้ำศักดิ์นำไปใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จพระประพาส รวมทั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระบรมราชินีนาถยังได้เสด็จมานมัสการหลวงพ่อธรรมจักรที่วัดแห่งนี้ด้วย

ภายในพระอุโบสถมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะแบบอู่ทองได้มาจากเมืองสรรคบุรี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้า ฯufabet ให้อัญเชิญมาไว้ เป็นพระหล่อแบบช่างแม่น้ำนครชัยศรี มีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร สร้างด้วยศิลามีลวดลายสลักเป็นรูปกลมตามวงจักร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

ตำนานเล่าลือสืบต่อกันมามีผู้พบพระพุทธรูปลอยน้ำตามแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมกัน 3 องค์ นั่นก็คือ หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา หลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม

และหลวงพ่อธรรมจักร วัด ธรรมามูลวรวิหาร จังหวัดชัยนาท บ้างก็ว่ายังมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งคือ หลวงพ่อวัดไร่ขิง ลอยตามน้ำมาด้วยกัน แต่องค์ “หลวงพ่อธรรมจักร” นั้นเมื่อลอยมาถึงบริเวณหน้าวัดธรรมามูลฯ ก็ปรากฏสิ่งอัศจรรย์ใจ กลับลอยวนเวียนอยู่ กระทั่งพระภิกษุ ชาวบ้านมาเห็น จึงได้ทำพิธีอัญเชิญขึ้นมา

กระบวนการขั้นตอนใช้เชือกพร้อมสายสิญจน์ผูกกับพระพุทธรูป แต่ก็ต้องจนปัญญาด้วยทำอย่างไรก็ไม่สามารถดึงขึ้นมาจากน้ำได้ จนกระทั่ง ตกเย็นพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าเต็มทีแล้ว ถึงคราต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ปรากฏว่าได้มีคนบังเอิญเห็นว่าพระพุทธรูปองค์ที่ลอยน้ำอยู่นั้น ได้มาประดิษฐานปิดขวางทางเข้าประตูวิหารอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ตำนานเรื่องเล่านี้เป็นที่มาของความเชื่อ ศรัทธาที่มีต่อ “หลวงพ่อธรรมจักร” เป็นอย่างมาก

ร้าน ณ บวร

ร้าน ณ บวรร้าน ณ บวร ร้านกาแฟสไตล์โมเดิร์นคลาสสิคประยุกต์ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่ตึกแถวโบราณสถาปัตยกรรมตะวันตก  เป็นทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟในที่ให้กลิ่นอายย้อนยุค ชื่อของร้านมาจากที่ตัวร้านตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดบวร สามารถมองเห็นตัววัดผ่านหน้าต่างกระจกได้อีกด้วย ไหว้พระแล้วข้ามฝั่งมานั่งพักจิบเครื่องดื่มกันได้

ภายในร้านไม่กว้างมาก จัดแต่งแบบคลาสสิคเรียบง่ายร่วมสมัยในเชิงอนุรักษ์  แบ่งที่นั่งทั้งในส่วนชั้นล่างและชั้นสอง ufa

สำหรับเมนูอาหารเน้นอาหารไทยจานเดียว และอาหารไทยสูตรดั้งเดิมที่คัดสรรทั้งวัตถุดิบและวิธีการปรุงที่ประณีต ลองสั่ง แตงโมปลาแห้ง คอหมูย่าง และยำไหลบัวกุ้ง สำหรับอาหารคาวติดใจแตงโมปลาแห้ง ได้ความหอมของปลาแห้งและหอมเจียวมาก ทานกับแตงโมสดรสชาติหวานเข้ากันกับความเค็มของปลาแห้ง ส่วนยำสายบัวกุ้ง กุ้งตัวใหญ่ เมนูนี้ติดที่น้ำยำมีความเปรี้ยวที่โดดไปนิดนึง คอหมูย่างน้ำจิ้มแจ่วรสชาติปานกลาง ส่วนเครื่องดื่มแนะนำ ชาไทยดีมากก็ไก่ล้านตัว มีความหอมของชาแบบชาใต้ รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังดี

มีคาเฟ่

มีคาเฟ่มีคาเฟ่ ร้านขายกาแฟริมน้ำเพชบุรี ตั้งอยู่อยู่ ในโรงแรมมินธารา เป็น
ร้านขนาดเล็ก ที่ตกแต่ง แบบ โมเดริน ประสมประสาน กับความ
คลาสสิคของความเป็นเมืองเก่า เพชรบุรี ท่มกลาง บรรยากาศ สบาย
รับลม เย็น ชายน้ำ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ มี โซน ที่นั่ง ทั้งยังห้อง เครื่องปรับ
อากาศแล้วก็โชนชายน้ำ และก็ กึ่งกลางสวนขนาดเล็ก
ร้านคตั้งอยู่ ใน พื้นที่เดียว กับ อพาร์เนท์ สมารถหยุดรถยนต์ ไว้ข้าง
หน้า พื้นที่ของเซอร์วิสอพาร์ทเนท์ไป ยังร้านดมีมุมถ่ายรูป น่ารัก
น่าเอ็นดู ทั้งยังเก้อี้ แบบ ชานชาลาสถานีรถไฟ แล้วก็ ภาพเพนท์
กำแพงที่มาร์ต จุดท่องเที่ยว สำคัญ ใน เมืองเพชรบุรี ส่วน คือฟฟี่ช็อป
จะ อยู่ข้างหลัง ติดชายน้ำเพชรบุ โชนนี้เป็นที่นั่งใน โซน เอาท์ดอร์
ซึ่งมีทั้งยังแบบ โต๊ะ เก้อี้ แล้วก็แปลตาข่ายชายน้ำ สุดชิลที่ข้างหน้า
เป็น ทิวทัศน์ของบ้านที่พักตั้งเดิมใน เมืองเพชร ต่อไป อีกมุมเป็น ที
นั่งแบบเคาน์เตอร์ บาร ที่ เต็มไปด้วย ความเขียวชะอุ่มของ ตันไม้ต่างๆ

มีคาเฟ่ ด้านในร้านโซน ห้อง เครื่องปรับอากาศ ตกแต่งใน โทน สีขาวสีน้ำเงิน แลดูอบอุ่น แต่ละมุมตกแต่ง ได้นรักน่เอ็นดูมากมาย อีกทั้งภาพเพนท์
กำแพงซึ่งเป็นภาพบรยกาศ ของ เมืองเพชรบุรี ที่ สวย ด้วย อาราม
และก็ชุมชนดั้งเดิม มีที่นั่งมุมเล็ก แบบติด กระจกมองดูทิวทัศน์
แม่น้ำ ภายนอกรายการอาหารตรงนี้ จะ มี เพียงแค่ เครื่องดื่ม รวมทั้ง ขนม
หวาน ทั้งufabetยังชา กาแฟ ขนมเค้ก เบอเกอปรี่ ซึ่งรส จัดว่าโอเค แม้
กระนั้น ที่สุดยอดมาก กว่า เป็น บรร ยกาศ โดยรวม เหมาะกับมานั่ง ชิล
มากมาย

วัดภูมินทร์

วัดภูมินทร์วัดภูมินทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านภูมินทร์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ใกล้กับพิพิธภัณฑสถาน-แห่งชาติน่าน เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายโดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก นอกจากนี้ฝาผนังยังแสดงถึงชีวิตและ วัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครอง เมืองน่านได้สร้างขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี มีปรากฏในคัมภีร์เมือง เหนือว่าเดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์”ufabet ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ผู้สร้างวัด แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็น วัดภูมินทร์

1. พระอุโบสถจตุรมุข
ความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยก็คือ เป็นพระอุโบสถทรงจตุรมุข พระประธานจตุรพักตร์ นาคสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัวนาค พระอุโบสถจตุรมุขนี้กรมศิลปกรได้สันนิษฐานว่า เป็นพระอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของ ประเทศไทยพระอุโบสถ ตรงใจกลางประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออก ด้านประตูทั้งสี่ทิศ หันเบื้องพระปฤษฏางค์ ชนกันประทับ นั่งบนฐานชุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ผู้ที่ไปชมความงามของ พระอุโบสถนี้ไม่ว่าจะเดินขึ้นบันไดทิศใด จะพบพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกด้าน

2. ภาพจิตรกรรมฝาผนัง
วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) ใช้เวลาซ่อม นานถึง 7 ปี จิตรกรรมฝาผนังในวิหาร หลวงเขียนขึ้นในช่วงนี้ ภาพจิตรกรรมหรือ “ฮูบแต้ม” ในวัดภูมินทร์เป็นชาดกในพุทธศาสนา แต่ถ้าพิจารณารายละเอียดของวิถีชีวิตของคนเมืองในสมัยนั้น มีภาพที่น่าสนใจอยู่หลายภาพ ภาพเด่น คือ ภาพปู่ม่านย่าม่าน ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณกระซิบสนทนากัน ผู้ชายสักหมึก ผู้หญิงแต่งกายไทลื้ออย่างเต็มยศ ภาพวาดของหนุ่มสาวคู่นี้มีความประณีตมาก ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่งามเป็นเยี่ยมของวัดภูมินทร์

3. สถูปเจดีย์พระมาลัยโปรดโลก
ภายในก็จะเป็นรูปปั้นจำลองนรกสำหรับคนที่ทำบาปว่าจะได้รับผลกรรมเช่นไร เพื่อเป็นการย้ำเตือนใจ

บ้านพักโปโปปิงปิง

บ้านพักโปโปปิงปิงบ้านพักโปโปปิงปิง โฮมสเตย์เล็กๆ แสน อบอุ่น ตรงนี้ เว้นแต่ เปิด เป็นบ้านพักแล้ว ยังมี ค๊อฟฟี่ช็อป
ห้องอาหาร ให้บริการนักเดินทางที่ผ่านไปมา แม้มิได้เข้าพักก็มาถ่ายรูป จิบ
เครื่องดื่ม รับประทานอาหารได้

ที่พักโปโป&ปิงปิง ตั้งอยู่ข้างทางด้านในหมู่บ้าน ขุนวาง ก่อนถึงจุดดูราชินี
เสื้อโคร่งขุนวาง ห่างกันราวๆ 2 กิโลเมตร ภายหลังจากที่เข้ามาดู ราชินี เสื่อโคร่ง และ
จากนั้นก็แวะ มาท่องเที่ยว โดยในส่วน ของ คอฟฟี่ช็อป ห้องอาหาร จะ เปิด
ให้แขกที่ได้เข้าพัก เข้ามาเช็คอิน ได้ในเวลา 10.00 น. เป็นตันไป เพื่อ
ความเป็นส่วนตัว ของแขก ที่เข้า พักจ้ะ มาถึง ข้างหน้า ก็ หยุด รถยนต์ เอาไว้
ภายใน รอบๆหนร้านด้หรื ใกล้เคียง ได้ ข้างในหน้ร้านค้า ไม่ ใหญ่มากนัก
แต่ว่าตกแต่ง ได้นรักน่าเอ็นดู มากมาย เลียนแบบ บรรยากาศ ของ ประเทศญี่ปุ่น
มา อย่างยิ่งจริงๆ บาง มุม ประดับโดยการใช้ดอกไม้ราวกับหนาวสีสัน ผ่องใส

บ้านพักโปโปปิงปิง มีที่นั่งด้านในร้านดสำหรับ จิบ เครื่องดื่ม มี หลาย โซน สามารถ เลือกนั่ง ได้ตามที่
ใจต้องการ เครื่องดื่มมี อีกทั้งร้อนเย็น รส เครื่องดื่ม นับว่า โอเค จะ
ของตกแต่งร้นค้า ประเทศญี่ปุ่นมา เอง ทั้งยัง โดม ห้อย ภาพ ห้อยประเทศ
ญี่ปุ่น ธงปลาคาร์ฟ ตันซากระ เลี่ยนแบบ ผสมกันจนกลมก ไป กับธรรมชาติ
แบบ เดิม ของบ้านพัก ออกแนว คาวาอี้มากมายจัดเตรียม ชุด และก็พรอบให้
พร้อม ไม่ต้อง บิน ไป ถึง ประเทศญี่ปุ่น
มุม เคาน์เตอร์ บาร ที่ประดับโดยการใช้ ขวด เหล้าสาเค ประเทศญี่ปุ่น ครีเอท
มากมายufabet
มุม ที่นั่งกินอาหาร สำหรับ ของกิน ของ ตรงนี้ ย้ำ เป็นเมนูอาหารกล้วยๆ
รายการอาหาร เป็นต้นว่า ผัดกระเพรา ไข่เจียว แกงจืดเต้าหู้ ผัดผัก ผัด
กะหล่ำปลี น้ำปลา ของกิน อร่อย โดยยิ่งไปกว่านั้น กระหส่ำปลีกล้วยน้ำปลา
อร่อยมาก มีความใหม่ กรอบ รส ชาติกลมกล่อมละมุนละไมพอดี ส่วนมื้อเย็นก็ มี
บริการหมู กระทะ กับ ผักสด แต่ว่า จำต้อง โทรมา จอง โต๊ะล่วงหน้า1วัน ใน ส่วน
ของหอพักมีทั้งสิ้น 6 ห้อง พักได้มากสุดห้องละ 4 คน เป็นห้องส่วนตัว มี
พัดลม ส้วม พร้อม เครื่องที่ไม่ไว้เพื่อใช้ในการทำน้ำอุ่น ราคา บนพัก คิด คนละ
400 บาท / คืน รวมข้าวเช้ แต่ว่า ใน ตอนเดือนมีนา – เดือนมิถุนายน จะ เป็น
ตอนๆที่ปิดที่พัก เริ่มเปิดให้บริการ ใน ตอน กรกฎาคม

หอภาพยนตร์

หอภาพยนตร์หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) หรือ พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธมณฑล สาย 5  จังหวัดนครปฐม ใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์ไทยแห่งเดียวในประเทศที่รวบรวมข้อมูลและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของวงการภาพยนตร์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ศึกษาและเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจของ ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย  หอภาพยนตร์  เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่เก็บภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตลอดจนอะไรก็ตาม ที่เกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์

เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นทรัพย์สินทางปัญญา และมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย จัดตั้งขึ้น ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เป็นการโอนกิจการ

ในส่วนของงานหอภาพยนตร์แห่งชาติ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม มาจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน และ ในปี พ.ศ. 2540 หอภาพยนตร์แห่งชาติได้ย้ายสถานที่ตั้งจากอาคารเก่าในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เขตพระนคร กรุงเทพฯ  มาอยู่ที่ศาลายา นครปฐม

สิ่งที่น่าสนใจในหอภาพยนตร์
ภายในหอภาพยนตร์จัดแสดงเป็นเมืองจำลองประวัติศาสตร์  ชื่อว่า เมืองมายา จัดเป็นนิทรรศการกลางแจ้งที่รวมฉากสถานที่ที่เป็น หมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์โลกไว้ อาทิ มงคลบริษัท  สถานีรถไฟศินิมา  ร้านถ้ำมอง คิเนโตสโคป กร็องด์ คาเฟ่  เป็นต้น
อาคารมงคลบริษัท
อาคารไม้สีแดง ตั้งอยู่ด้านหน้าเมืองมายา จำลองเป็น มายาพาณิชย์ เป็นที่ติดต่อสอบถามข้อมูล ลงทะเบียนเข้าเยี่ยมชมสถานที่ และ ขายสินค้าที่ระลึก จำลองอุปกรณ์การถ่ายหนัง

แท่งโลหะสีดำที่ตั้งอยู่ตรงกลางลานเมืองมายา คือ ประติมากรรม ช่วงเชิด ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินแห่งชาติ “ช่วง มูลพินิจ” เพื่อรำลึกถึง “เชิด ทรงศรี” ผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญของไทย และถ้ามองผ่านรู ตรงกลางของแท่งโลหะสีดำนี้ จะเห็นภาพกลับหัวของพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย

ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการถ่ายภาพ ผ่านกล้องรูเข็ม ประตูสามยอดบนถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของโรงละครหม่อมเจ้าอลังการ สถานที่ฉายภาพยนตร์แห่งแรก ของไทย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2440

ตรงข้ามกันคือ ฉากตึกสไตล์ยุโรป เป็นโรงแรม HOTEL SCRIBE ufaและ ที่มุมตึกมีรูปหล่อ จำลองผู้ชายและเด็กชาย ยืนซุ่มแอบนายตำรวจอยู่มุมตึก ที่แสดงในภาพยนตร์เรื่อง “THE KID” หรือ “เจ้าหนู” (2464) หนังเงียบ อเมริกันคลาสสิก ที่นำแสดงโดย ชาร์ลีส์ แชปลิน นักแสดงตลกที่โด่งดัง แล แจ็กกี้ คูแกน นักแสดงเด็กที่ดังที่สุดคนหนึ่งของโลก

น้ำตกพาเจริญ

น้ำตกพาเจริญ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงาม ด้วยชั้นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อยถึง 97 ชั้น ท่ามกลางป่าที่อุดมสมบูรณ์

พื้นที่เป็น ภูเขาสูงสลับซับซ้อนเป็น แหล่งต้นน้ำลำธาร และยังเป็นต้นกำเนิดของห้วยแม่ละเมา  ชื่อของน้ำตกตั้งตามชื่อของ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นผู้พบน้ำตกคนแรกนามว่า สหายพา ต่อมาชาวบ้านเข้ามาอาศัยในพื้นที่บริเวณนี้

จนเกิดเป็นชุมชนที่เจริญขึ้น จึงต่อคำว่าเจริญท้ายชื่อน้ำตกเป็นน้ำตกพาเจริญ นอกจากนี้ยังมีเรียกน้ำตกนี้อีก ชื่อหนึ่งว่า น้ำตกร่มเกล้า 97 ชั้นufa ตัวน้ำตกตั้งอยู่ริมทางหลวงไม่ไกลจากเมืองแม่สอด จึงเป็นจุดที่นิยมแวะมาท่องเที่ยวและพักผ่อนของนักท่องเที่ยว

พระมหาธาตุรัชมงคลเจดีย์สิริชัยภูมิ

พระมหาธาตุรัชมงคลเจดีย์สิริชัยภูมิ หรือ พระธาตุชัยภูมิ ตั้งอยู่อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ประดิษฐานอยู่ ณ วัดอรุณธรรมสถาน บนเนินสูงของภูแลนคาเป็นที่บรรจุพระธาตุ มีอาคารและสิ่งก่อสร้างที่มีศิลปทางสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มองเห็นวิวแบบพาโนรามารอบทิศที่สดชื่นสบายตา  ที่นี่ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ผู้คนที่สนใจในการฏิบัติธรรมเข้ามาปฏิบัติธรรม เนื่องจากว่าเป็นวัดที่สงบ บรรยากาศร่มรื่นและเต็มไปด้วยธรรมชาติ

ทางขึ้นไปยังพระธาตุผ่านบันไดนาคสีขาวที่มีลวดลายปูนปั้นที่งดงาม ผ่านซุ้มประตูสุดอลังการสีขาวที่มีลวดลายที่งามไม้แพ้กัน

มาถึงด้านบนเป็นลานกว้าง บรรยากาศรอบเจดีย์ทิวทัศน์กว้างไกล สงบ ลมเย็นมาก ตรงกลางคือ พระธาตุเจดีย์สีขาว ยอดพระธาตุเป็นสีทองคำอร่าม รูปแบบของพระเจดีย์นั้นเป็นศิลปะล้านนาผสมผสานกับศิลปะแบบล้านช้าง ซึ่งด้านบนพระธาตุนั้นมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปยืนสีทองอร่ามอยู่ทั้ง 4 ทิศ

ภายในพระธาตุประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ด้านในมีจิตรกรรมฝาผนัง และการประดับประดาบุษบกที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่งดงามมาก บริเวณผนังทั้งสี่ด้านมีพระพุทธรูปขนาดเล็กรอบผนังเยอะมาก

บริเวณรอบพระเจดีย์มีวิหารราย ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะหลากหลายสมัย ทั้งเชียงแสน อู่ทอง สุโขทัย ล้านช้าง ufabetมีทางเดินออกไปสู่ลานระเบียงซึ่งเป็นจุดชมวิว มีพระพุทธรูปสีขาวปางประธานพร ประดิษฐานอยู่ตรงกลางระเบียงสวยงามโดดเด่น เป็นจุดให้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและเขียวขจีของจังหวัดชัยภูมิ