เอเวอร์แลนด์ Everland

เอเวอร์แลนด์ (Everland) ที่นี่ถือว่าเป็นสวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี โดยผู้ก่อตั้งสวนสนุกแห่งนี้ คือ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุงนั่นเอง

ภายในทุกคนจะสัมผัสทั้งเครื่องเล่นสุดสนุกมากมาย สวนดอกไม้นานาชาติที่มีให้ชมตลอดทั้งปี และสวนสัตว์ซาฟารีขนาดใหญ่ สัตว์ที่ถือว่าเป็นดาวเด่นในซาฟารีแห่งนี้ คือ ไลเกอร์ (Liger) เป็นลูกผสมระหว่างสิงโตกับเสือคู่แรกที่สามารถหาดูได้ในสวนสนุกเอเวอร์แลนด์เท่านั้น นอกจากเจ้าไลเกอร์แล้ว ยังมีสัตว์น่ารักๆ อีกมากมายให้ได้ชมอีกด้วย

ไฮไลท์ของสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ที่ใครๆ ก็อยากลองท้าทาย นั่นคือ รถไฟเหาะ T-Express เป็นรถไฟเหาะบนรางไม้เเห่งเเรกในเอเซีย มีความชันถึง 77 องศา และวิ่งด้วยความเร็ว 104 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ถือว่าเร็วมากๆ รับรองว่าถ้าใครได้ขึ้นต้องตื่นเต้นสุดๆไปเลยล่ะ อ่านต่อ

เกอร์ (Ger)

เกอร์ (Ger) หรือ yert (เยิร์ต) กระโจมบ้านพักชั่วคราวของชาวโนแมด (nomad) เป็นชนเผ่าเร่ร่อนดั้งเดิมของชาวมองโกเลียมากว่าพันปี ไม่ใช่โนเมจเหล่ามักเกิ้ลที่ไม่ใช่พ่อมดแม่มดนะ

อยากแนะนำให้มาลองสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวโนแมดดูกัน ชนเผ่าโนแมดนั้นมีศิลปวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์น่าหลงใหล เราสามารถดื่มด่ำไปกับธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขา ท้องทุ่งหญ้าสเต็ปสีเหลืองทอง แม่น้ำ ดวงดาวที่ส่องสว่างเต็มฟ้าระยิบระยับสวยงาม

เกอร์ มีรูปทรงเป็นกระโจมวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสิบสามฟุตถึงสิบห้าฟุต ไม่มีหน้าต่าง มีแต่ประตูที่ทางเข้าหันไปทางทิศใต้เสมอ ภายนอกสร้างจากไม้สานกัน ห่อหุ้มด้วยหนังสัตว์ ภายในด้านบนตรงกลางของเกอร์ นำหลักธรรมทางศาสนาพุทธมาประยุกต์เป็นรูปวงล้อแห่งชีวิต (Wheel of life)  มีที่นอน ผ้าห่ม เตาผิง เตียง

บางเกอร์ที่ทันสมัยหน่อยก็อาจมี เตาไฟ ทีวี ที่ผลิตไฟฟ้ามาจากพลังงานแสงอาทิตย์ และที่พิเศษสุดๆ สำหรับคนชอบเปิด ขอเชิญพบกับห้องน้ำแบบพาโนรามาที่มองเห็นได้ 360 องศา ชมวิวกลางทุ่งได้สบายๆ เลยค่า ชอบมุมไหนเลือกได้ เวลาทำธุระอาจมีสัตว์ๆ เดินผ่านไปมาให้ชมอีกด้วยแต่สำหรับใครที่ชอบความสะดวกสบาย ก็มีเกอร์แบบถาวรที่เป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว จะมีห้องน้ำแบบปิดให้บริการ อ่านต่อ

SMTOWN STUDIO

SMTOWN STUDIO ตั้งอยู่ที่ COEX Artium ตรงห้าง COEX MALL ย่านชองดัมดง ตึกนี้มีด้วยกันทั้งหมด 6 ชั้น โดยจะเริ่มที่ชั้น 2 ซึ่งใครมาชั้นนี้ต้องกำเงินไว้แน่นๆ หน่อยนะคะ เพราะมีร้าน SUM ที่รวมสินค้า Official ของศิลปินค่าย SM ไว้มากมาย นอกจากนี้ยังมีกระเป๋า หมวก เสื้อ แว่นตา หมอน แก้วน้ำ พวงกุญแจ ฯลฯ เรียกว่าเป็นแหล่งละลายทรัพย์ชั้นดี

ชั้น 3 เป็นส่วนของ SMTOWN STUDIO เราจะได้สัมผัสชีวิตการเป็นนักร้อง K-Pop เสมือนจริง เช่น การฝึกเต้น ร้องเพลง การบันทึกเสียง การถ่ายภาพ การถ่ายวิดีโอ และการแต่งหน้าทำผม เป็นต้น ซึ่งแต่ละคอร์สก็จะมีราคาแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ชั้นนี้ยังเต็มไปด้วยแกลลอรีของศิลปินมากมายอีกด้วย

ชั้น 4 SMTOWN LIVErary เป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดฮิตอย่าง SUM POP-UP CAFE ภายในมีขนมน่ารักๆ แสนน่ากินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เค้ก คัพเค้ก มาการอง และไอศกรีม เป็น อ่านต่อ

พระราชวังฤดูหนาวของ บอกด์ ข่าน (Winter Palace of Bogd Khan)

พระราชวังฤดูหนาวของ บอกด์ ข่าน หรือพระราชวังสีเขียว สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1893 – 1903 เป็นที่ประทับของบอกด์ ข่าน ยาวนานถึง 20 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี ค.ศ. 1924 หลังจากนั้นได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ พระราชวังฤดูหนาวของ บอกด์ ข่าน

เปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี ค.ศ. 1926 และกองทุนโบราณสถานโลก (World Monuments Fund : WMF) ได้ประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อการอนุรักษ์ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมประวัติศาสตร์มองโกเลียในศตวรรษที่ 17-20 สำหรับจัดแสดงศิลปวัตถุที่ทำด้วยฝีมืออย่างประณีต ทรงคุณค่าหาได้ยากมากกว่า 8,600 ชิ้นๆ เลยค่ะ

ที่นี่มีประตูแห่งความสุขและสันติภาพรอทุกท่านที่เยือนอยู่นะ ประตูไม้ของพระราชวังที่สร้างตามสถาปัตยกรรมแบบทิเบต เพื่อเฉลิมฉลองอิสรภาพของมองโกเลียจากประเทศจีน มีความพิเศษตรงที่ใช้ไม้ประสานกัน 8 ชิ้น โดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว บานประตูสีแดงสดบนผนังประตูมีรูปวาดเทพเจ้าสององค์ หลังคาสีเขียว 7 ชั้น ตกแต่งลวดลายด้วยรูปสัญลักษณ์ทางศาสนา

บริเวณพิพิธภัณฑ์พระราชวังฤดูหนาวแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ พระราชวังฤดูหนาว สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปออกแบบโดยสถาปนิกชาวรัสเซีย เป็นอาคารสองชั้นสีขาว แบ่งเป็นห้องจัดแสดงสิ่งของมีค่ามากมาย เช่น เกอร์หรือกระโจม รองเท้าบูททองคำจากพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองแห่งรัสเซีย อัญมณี เครื่องเงิน เครื่องถ้วยชามสังคโลก แจกันหยก ชุดน้ำชา พระพุทธรูปแนววัชรยาน แมนดาลา (Mandala) และใช้สำหรับฝึกสมาธิ

ส่วนที่สอง สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1893-1903 โดยบอกด์ ข่านที่แปด สถาปัตยกรรมแบบธิเบตเป็นอาคาร สำหรับประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนา ต้อนรับแขกที่มาเยือน

พระราชวังฤดูหนาว อยู่ห่างจากจตุรัสซัคบาทาร์ ไปทางใต้ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ในฤดูร้อนเปิดให้บริการ อ่านต่อ

เมืองคูเอนกา (Cuenca)

เมืองคูเอนกา หรือชื่อเต็มๆ คือ Santa Ana de los Cuatro Ríos de Cuenca เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศบนที่ราบสูงเอกวาดอร์ มีประชากรราวๆ 5 แสนคนค่ะ ในเมืองมีอาคารเก่าแก่ที่สวยงามอยู่เยอะมากกก เต็มไปด้วยอาคารโบราณสไตล์สแปนิช โคโรเนียลที่สร้างมาตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม อบอวลไปด้วยมนตร์ขลังทางศิลปะ

มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นหอนาฬิกาเก่าแก่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะศาสนา และมหาวิหารเก่าแก่ขนาดใหญ่ (New Cathedral of Cuenca) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1885 จุดเด่นคือโดมขนาดใหญ่สามโดม บนหลังคาปูด้วยกระเบื้องสีฟ้าเคลือบเงา มองเห็นมาแต่ไกลโพ้นนน นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่และห้องแสดงศิลปะมากมายตามท้องถนน ทุกอย่างได้รับการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี องค์การยูเนสโกจึงได้ประกาศให้ชุมชนโบราณย่านใจกลางเมืองคูเอนกาเป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1999

ถึงจะถูกขนานนามว่าเป็นเมืองโบราณ แต่ชาวเมืองคูเอนกายังเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ และเป็นช่างฝีมือที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน มีการผสมผสานเทคนิคใหม่ๆ ให้เข้ากับวัฒนธรรม นำมาดัดแปลงใหม่ให้กลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นกรรมวิธีการผลิตเครื่องปั้นดินเผาแบบโบราณ หรือทักษะการทอผ้าพื้นเมืองที่ความละเอียดประณีต ภาชนะเครื่องถ้วยชามที่หรูหรามีสไตล์

และรู้ไหมคะว่า หมวกปานามาของแท้ ต้องเมดอินเอกวาดอร์ เท่านั้นนะ และที่เมืองคูเอนกาแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกหมวกปานามาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ หรืออาจจะเรียกได้ว่าของโลกเลยก็ว่าได้ค่า มีโรงงานผลิตหมวกขนาดใหญ่หลายแห่ง และมีการเปิดสอนวิธีการสานหมวกให้แก่คนที่สนใจอยากเรียนรู้ด้วยนะ อ่านต่อ

พระใหญ่หลิงซานต้าฝอ (Lingshan Grand Buddha)

พระใหญ่หลิงซานต้าฝอ (Lingshan Grand Buddha) ในเมืองอู๋ซี (Wuxi) จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำชาติระดับสูงสุดที่ 5A (National AAAAA Tourist Attraction) เลยทีเดียว และยังเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่าพระใหญ่เล่อซานในเสฉวนกว่า 17 เมตร

พระใหญ่หลิงซานต้าฝอ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองอู๋ซี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบไท่หู (Taihu Lake) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีฉายาว่าหลิงซานน้อย ซึ่งมาจากพระซวนจาง (Xuanzang) พระที่มีชื่อเสียงในช่วงต้นราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) ผู้เชื่อมเอาความเป็นจีนและอินเดียเข้าไว้ด้วยกัน พระใหญ่หลิงซานต้าฝอเป็นพระศากยมุนีทองสัมฤทธ์สูง 88 เมตร มีฐานดอกบัวขนาด 9 เมตร โอบล้อมไปด้วยภูเขา 3 ลูก หันหน้าไปทางทะเลสาบไท่หู ใบหน้าขององค์พระมีลักษณะยิ้ม มองดูคล้ายคอยดูแลปกป้องประชาชนของท่าน

การก่อสร้างพระใหญ่นั้นเป็นความคิดริเริ่มของ จ้าวผู่ชู (Zhao Puchu) อดีตประธานสมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีน กับไอเดียห้าพระพุทธรูปอันยิ่งใหญ่ในห้าทิศของจีนซึ่งมีอิทธิพลอย่างยิ่งในการพัฒนาพุทธศาสนาของจีนในปัจจุบัน

นั่นก็คือเราสามารถชมพระใหญ่หลิงซานต้าฝอทางจีนตะวันออก พระใหญ่เทียนถาน (Tian Tan Buddha) ทางใต้ของจีนในฮ่องกง พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha) ทางตะวันตกของจีน พระใหญ่อวิ๋นกัง (Yungang Grand Buddha) ทางตอนเหนือของจีน และพระใหญ่หลงเหมิน (Longmen Graend Buddha)

มาเที่ยวที่นี่ไม่เพียงแค่ได้ดูพระใหญ่หลิงซานต้าฝอเท่านั้นนะ ยังมีจุดท่องเที่ยวจุดอื่นให้ได้ชมอีกด้วยจร้า อย่างเช่น จิ่วหลงกว้านอวี้ (Nine Dragons Bathing Shakyamuni) ซึ่งจะมีดนตรีทางพุทธศาสนาบรรเลงประกอบกับดอกบัว 6 ใบกำลังบาน และพระพุทธรูปสีทองขนาด 7.2 เมตร หัตถ์ข้างนึงชี้ขึ้นบน หัตถ์ข้างนึงชี้ลงพื้น มังกรทั้งเก้าพ่นน้ำสูงถึง 10 เมตรไปที่พระพุทธรูป ยิ่งเวลามีสายรุ้งด้วย

วังกบิลพัสดุ์จำลอง (Brahma Buddha) อยู่ทางตีนเขาหลิงซาน ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยดีงามมว๊ากๆ มีรูปแบบที่ดูกลมกลืน เสาระเบียงสูง ห้องโถงขนาดใหญ่ สามารถนำเสนอพุทธศาสนาที่ลึกซึ้งด้วยการผสมผสานองค์ประกอบทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเข้ากับคุณลักษณะที่ทันสมัย เมื่อเข้ามาภายในวังต้องปรบมือรัวๆ ให้กับการแกะสลักไม้ตงหยาง (Dongyang Woodcarving) จิตรกรรมฝาผนังที่ดูสวยตระการตาของจิตรกรที่มีชื่อเสียงของตุนฮวง (Dunhuang) ภาพสีน้ำมันขนาดใหญ่ โคมไฟสวยแปลกตาและสมบัติล้ำค่าอีกมากมายภายในนี้ อิ่มตาอิ่มใจฝุดๆ ที่นี่เปิดปิดเวลา 09:00น. – อ่านต่อ

แม่น้ำหลีเจียง (Li River)

แม่น้ำหลีเจียง (Li River) ตั้งอยู่ในเมืองกุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (Guangxi Zhuang) เป็นอีกหนึ่งอัญมณีท่องเที่ยวยอดนิยมของจีน เป็นไฮไลท์สำหรับการมาเยือนเมืองกุ้ยหลินเลยทีเดียว

ช่วงที่งามที่สุดของแม่น้ำหลีเจียงคือบริเวณลำน้ำระยะทางกว่า 83 กิโลเมตรจากเมืองกุ้ยหลินไปถึงเมืองหยางซัว (Yangshuo) จะเต็มไปด้วยรอยคลื่น หน้าผาสูงชัน ถ้ำที่มีความงามอย่างน่ามหัศจรรย์ เรือล่องแม่น้ำ และแพเรือทำด้วยไม้ไผ่ บรรยากาศเบาสบาย ผ่อนคลายสุดๆ นี่แหล่ะสวรรค์ของจริง

แม่น้ำหลีเจียงสามารถแบ่งออกตามลักษณะภูมิทัศน์ที่แตกต่างกันได้เป็น 3 ส่วนได้แก่ ช่วงกุ้ยหลินไปจนถึงช่องแคบออกซ์ (Ox Gorge) ทางชายฝั่งตะวันตกของแม่น้ำหลีเจียง ช่วงช่องแคบออกซ์ถึงหมู่บ้านน้ำหยด (Water-Dropping Village) และช่วงหมู่บ้านน้ำหยดถึงเมืองหยางซัว ซึ่งแต่ละส่วนก็จะมีวิวและสถานที่สวยงามชวนให้หลงใหล เพลินเพลิน ดีต่อใจได้ตลอดทางจริงๆ

แม่น้ำหลีเจียงขึ้นชื่อในเรื่องความงามเป็นเอกลักษณ์ ตลอดทางที่แล่นผ่านแม่น้ำสายนี้สวยราวกับภาพวาดในแกลลอรี่ ภาพน้ำตกจากผาสูงเขียวขจี หินผาที่ดูมีเสน่ห์ เนินเขาทับซ้อนกันไปมา และสะท้อนเป็นเงาอยู่ในน้ำที่ใสราวกับกระจก สวยเหมือนฝันจนเผลอนึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในเทพนิยายยังไงยังงั้นเลยค่า สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไผ่เขียว เป็ดว่ายน้ำมุ้งมิ้งในแม่น้ำ ชาวประมงตกปลาอย่างสงบนิ่ง ให้ความรู้สึกสโลว์ไลฟ์สุดๆ งานนี้การันตีว่าถูกใจคนรักธรรมชาติ

นอกจากนี้ไฮไลท์ของที่นี่ยังรวมไปถึง จิ๋วหม่าฮว๋าซาน (Nine Horse Fresco Hill) เขาที่คล้ายมีม้า 9 ตัวอยู่บนนั้นในท่าทางต่างๆ และแผ่นหินสีเหลืองจำนวนมาก (Yellow Cloth Shoal) ในน้ำใสที่นิ่งสงบทำให้มองเห็นสีเหลืองของมันแบบชัดแจ๋วเลยล่ะ หรือจะเป็นเขาบนธนบัตร 20 หยวน (20-Yuan Bill Hill) เห็นแล้วก็อดไม่ได้ต้องหยิบแบงค์ 20 หยวนขึ้นมาแชะภาพเทียบกับเขาที่อยู่ตรงหน้ากับเขาด้วย และเมืองซิ่งผิง (Xingping Town) เมืองที่เราสามารถถ่ายรูปได้วิวสวยๆ กลับบ้านไปอย่างแน่นอน บอกเลยทริปนี้เลิศเลอมากจริงๆ อ่านต่อ

ชายหาดซลาตนี่แรท (Zlatni Rat Beach)

ชายหาดซลาตนี่แรท หนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดบนชายฝั่งโครเอเชีย และเป็นจุดเช็คอินที่ดีที่สุดของ เมืองโบล (Bol

เป็นชายหาดที่มีรูปร่างแปลกตาคล้ายๆ ลิ้นที่ส่วนปลายเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับลมทะเลในแต่ละวัน ชายหาดแห่งนี้ยาวประมาณครึ่งกิโลเมตร สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของคาบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนได้แบบพาโนรามา

เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พื้นดินตั้งฉากกับแนวชายฝั่ง ชายหาดแห่งนี้ประดับประดาก้อนกรวดสีขาวละเอียดน่าเดินเล่นเป็นที่สุด นั่งโพสท่าถ่ายรูปใส่บิกินนี่ก็ไม่ต้องกลัวเจ็บจ้า ภายใต้น้ำทะเลใสสีเทอร์ควอยซ์ มีแนวปะการังใต้น้ำที่แพร่ขยายคล้ายรูปลิ้นขนาดเล็กลึกลงไป 500 เมตรในทะเล

ชายหาดซลาตนี่แรท อยู่ห่างจาก เมืองโบลเพียง 2 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปยังชายหาดไม่ว่าจะด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือใครอยากเดินเล่นริมทะเลชิวจากตัวเมืองไปก็ได้นะคะ ใช้เวลาเดินริมทะเลเพียง 20 นาทีเท่านั้น และในช่วงฤดูร้อนทุกครึ่งชั่วโมงจะมีบริการของรถไฟท่องเที่ยวขนาดเล็กที่จะพาเราไปส่งที่ชายหาด

ใครที่ชื่นชอบการว่ายน้ำดำน้ำ พายเรือ ขับเจ็ทสกี ชายหาดแห่งนี้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องกิจกรรมและวิวทิวทัศน์ที่สุดแสนจะงดงาม นอกจากกิจกรรมใต้ท้องทะเลแล้ว อ่านต่อ

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

พระใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha) คือพระพุทธรูปของพระศรีอริยเมตไตรย (Maitreya) ซึ่งปกติเราจะเห็นเป็นพระโพธิสัตว์ขนาดใหญ่ มีรอยยิ้มกว้างๆ หน้าอก และท้องเปลือยเปล่าในท่านั่ง

พระใหญ่เล่อซาน ประดิษฐานอยู่ทางตะวันออกของเมืองเล่อซานมณฑลเสฉวน (Sichuan Province) เป็นจุดที่แม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกันได้แก่ แม่น้ำหมิน (Min River) แม่น้ำชิงอี (Qingyi River) และแม่น้ำต้าตู้ (Dadu River) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1996 กับเค้าอีกด้วย บอกเลยสวยงามยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริงๆ จ้า

พระใหญ่เล่อซานเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 713 ในช่วงราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) และแล้วเสร็จในปีค.ศ. 803 ใช้กำลังคนเป็นพันๆ ชีวิตทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจรวมถึงภูมิปัญญาในการสร้าง และใช้เวลากว่า 90 ปีในการแกะสลัก จนกลายมาเป็นพระพุทธรูปหินแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในโลก และปรากฏในบทกวี เพลงและเรื่องราวต่างๆ มากมาย

ลักษณะพระพุทธรูปจะหันหน้าไปทางแม่น้ำ มีองค์ประกอบที่สมมาตรสวยงามอยู่ในท่าทางสงบนิ่ง เคร่งขรึม ดูสง่างาม องค์ท่านมีความสูง 71 เมตร นิ้วมือยาว 8.3 เมตร ฝ่าเท้ากว้าง 9 เมตร มากพอที่จะให้คนสักร้อยคนนั่งได้สบายๆ ใหญ่จริงอะไรจริงค่ะ! นอกจากนี้ไหล่ขององค์พระยังกว้างถึง 24 เมตร

การสร้างพระใหญ่เล่อซานนั้นเล่าขานกันว่า มีพระรูปหนึ่งชื่อ ไฮ่ทง (Hai Tong) ได้ริเริ่มที่จะสร้างองค์พระขึ้นที่จุดรวมแม่น้ำสามสายแห่งนี้ เพราะบริเวณนี้มักเกิดอุบัติเหตุทางเรืออยู่เป็นประจำ จึงคิดสร้างองค์พระขึ้นเพื่อให้คนที่นั่งเรือมาสังเกตได้จากระยะไกล มีเวลาเตรียมตัวนั่นเอง นอกจากนี้การแกะสลักองค์พระใหญ่เล่อซานไว้ข้างแม่น้ำเชื่อว่าพระองค์จะช่วยควบคุมสายน้ำได้ และหินที่ตกลงสู่แม่น้ำระหว่างการแกะสลัก ก็จะช่วยลดแรงของน้ำบริเวณนั้นได้อีกด้วย เป็นความเชื่อผสมกับภูมิปัญญาอันชาญฉลาดจริงๆ ปรบมือให้รัวๆ เลย อ่านต่อ

คาสิโนเดอะมอนติคาโล Le casino de Monte Carlo

คาสิโนเดอะมอนติคาโล คาสิโนสุดหรูหราอลังการและเก่าแก่ที่สุดในโลก! สร้างขึ้นในปี 1856 ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ Charles Garnier ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Baroque

ภายใต้คำสั่งของเจ้าชายชาร์ลส์ที่ 3 ค่า เป็นการร่วมกันระหว่างรัฐบาลโมนาโคและกษัตริย์ เพื่อหารายได้เข้าประเทศ และก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเลยล่ะค่ะ เพราะที่นี่ได้กลายเป็นแหล่งทำเงินอย่างมหาศาล

คาสิโนแห่งนี้ทุ่มเทการบริการและเน้นสร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยจัดเต็มทั้งสถาปัตยกรรมที่หรูหรา ทั้งงานแกะสลัก งานหินอ่อน ห้องโถงสีทอง และยังมีวิวที่สวย สามารถมองเห็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้อีกด้วยแน่ะ อ่านต่อ