ประโยชน์ของ ขิง ไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

ขิง (Ginger) เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่โดดเด่นเรื่องรสชาติ และกลิ่น ไม่ว่าจะนำมาแปรรูปทำเป็นเครื่องดื่ม หรือเป็นเมนูของหวาน ต่างก็ล้วนให้สรรพคุณที่ดีต่อร่างกายทั้งสิ้น

ข้อมูลทั่วไปของขิง
ขิง เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิง (Zingiberaceae) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Zingiber officinale Roscoe” และมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีก เช่น ขิงแกลง ขิงแดง ขิงเผือก สะเอ
ลักษณะของขิง เป็นพืชมีเหง้าใต้ดินเป็นข้อๆ เนื้อในสีขาว หรือเหลืองอ่อน ปลายสุดของข้อจะเป็นที่แทงยอด หรือลำต้นเทียม ลำต้นสูงพ้นพื้นดินขึ้นมา 50-100 เซนติเมตร มีกาบ หรือโคนใบหุ้ม
ลักษณะใบของขิง เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันเป็นสองแถว ใบรูปหอก ปลายใบสอบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ และจะเป็นกาบหุ้มลำต้นเทียม
ตัวดอกของชิงมีลักษณะเป็นช่อทรงกระบอก แทงขึ้นมาจากเหง้า กลีบดอกสีเหลืองอมเขียว อุ้มน้ำ และหลุดร่วงไว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ส่วนปลายกลีบผายกว้างออก ใบประดับสีเขียว มีแต้มแดงตรงโคน ดอกเกสรผู้มี 6 อัน ผลแห้ง แข็ง มี 3 พู
ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ
เหง้า สรรพคุณ รักษาอาการแน่นจุกเสียด และอาการอาเจียน
สารสำคัญที่ออกฤทธิ์
อนุพันธ์ของ Gingerol Shogaol และ Diarylheptanoids มีฤทธิ์ต้านการอาเจียน และช่วยขับลม
สารในน้ำมันหอมระเหย เช่น Menthol Cineole มีผลลดอาการจุกเสียดได้ อ่านเพิ่มเติม

รู้ก่อนกิน! วิตามินซี กินอย่างไรเกิดประโยชน์

รู้ก่อนกิน! วิตามินซี กินอย่างไรเกิดประโยชน์
วิตามินซีเป็นวิตามินที่ช่วยในการต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ชะลอควาเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกาย เป็นสารอาหารที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารที่ทานเท่านั้น ซึ่งพบมากในผักและผลไม้ เราจึงควรได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมตามที่ร่างกายต้องการเป็นประจำ

วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) เป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำ ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ เราจะได้รับวิตามินซีจากอาหารที่กินเข้าไปเท่านั้น ผักและผลไม้ถือเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี พบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม และมะนาวชนิดต่างๆ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักหลายชนิดก็มีวิตามินซี เช่น พริก พริกหวาน บร็อคโคลี มะเขือเทศ กะหล่ำ ดอกกะหล่ำ ถั่วฝักเขียว มันฝรั่ง มันเทศ และ ผักโขม เป็นต้น
วิตามินซีเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุ และสารอาหาร เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ช่วยซ่อมแซม และส่งเสริมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ รักษา สมานแผล และยังมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง

วิตามินซีกับโรคหวัด
เมื่อเป็นหวัด ผู้ที่ทานวิตามินซีเป็นประจำนั้นจะมีความรุนแรงของอาการน้อยกว่า และระยะเวลาของการเป็นหวัดจะสั้นกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานวิตามินซี หรือเพิ่งเริ่มทานเมื่อมีอาการหวัด ดังนั้นจึงควรทานอาหารที่มีวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสม และเป็นประจำสม่ำเสมอ อ่านเพิ่มเติม

Smart Goal ลอง ตั้งเป้าหมาย ให้ตัวเองดูสักครั้งเพื่อชีวิตที่ดี

การ ตั้งเป้าหมาย จะช่วยให้เรามีแผนชีวิต และทำให้เรารู้ว่าเมื่อตื่นนอนขึ้นมาเราควรทำอะไรบ้างเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนั้น

เมื่อไรก็ตามที่ ตั้งเป้าหมาย เราทำไม่สำเร็จ สิ่งสำคัญคือ ห้ามต่อว่า และดูถูกตัวเอง แต่ขอให้ลุกขึ้นมาทำมันให้สำเร็จ

หากเป้าหมายคุณสำเร็จแล้วไม่ว่าจะเล็กน้อย อย่าลืมที่จะให้รางวัลตัวเอง เพื่อเป็นกำลังใจในการทำสิ่งอื่นต่อไป

หันมาตั้ง Smart Goal เพื่อตั้งเป้าหมายให้ชีวิตกันดูสักครั้ง โดยเริ่มจากสิ่งง่ายๆ และเรื่องเล็กน้อยก่อน ซึ่งการตั้งเป้าหมายแบบนี้จะสามารถช่วยทำให้สาวๆ เข้าใกล้ความสำเร็จได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะมันจะมีตั้งแต่การเลือกเป้าหมายให้เหมาะกับตัวเอง สามารถวัดผลได้ มีความเป็นไปได้มากแค่ไหน และสามารถทำได้จริงหรือเปล่า สุดท้ายเป็นเรื่องของระยะเวลานั่นเอง

S : Specific เป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง
เริ่มแรกเลยคือการตั้งเป้าหมายที่เจาะจง หรือเป็นแบบเฉพาะลงรายละเอียดลงไปเลย ไม่ใช่เพียงแค่ตั้งผิวเผินอย่างการจะตั้งใจทำงานเท่านั้น แต่ควรเป็นสิ่งที่ลงรายละเอียดได้ อย่างเช่น ปีนี้จะทำยอดให้ได้ประมาณเท่านั้นเท่านี้ หรือจะเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เกี่ยวกับงานก็ได้อย่างเรื่องการจัดการอารมณ์ของตัวเอง เช่น ปีนี้ฉันจะใจเย็นและโกรธให้น้อยลง ซึ่งผลชี้วัดหรือหนทางก็คือ เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกโกรธ จะนับ 1 – 10 ก่อนทุกครั้งนั่นเองค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้ว Lady Mirror ควรตั้งเป้าหมายให้ตัวเองครอบคลุมทุกอย่างในชีวิตคือ ด้านการเงิน ด้านการงาน ด้านความสัมพันธ์ ด้านตัวเอง Self Care ด้านสุขภาพ และสุดท้ายคือด้านการพัฒนาตัวเอง โดยเริ่มจากเป้าหมายเล็กน้อย แล้วค่อยขยับขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อเรารู้สึกภูมิใจทุกครั้งเมื่อทำเป้าหมายนั้นได้สำเร็จ อ่านเพิ่มเติม

ดื่มน้ำ สะอาด ขั้นตอนแรกสู่สุขภาพเลิศ

ดื่มน้ำ  คือ ขั้นตอนแรกในการดูแลสุขภาพ จากหนังสือเรื่อง Effortless Healing โดย ดอกเตอร์โจเซฟ เมอร์โคลา แพทย์แผนปัจจุบัน

ที่หันมาศึกษาด้านธรรมชาติบำบัดจนเป็นผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐอเมริกา กับวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ทุกๆ ระบบของร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ มาเริ่มต้นลงมือสร้างวิถีชีวิตใหม่ เพื่อสุขภาพแข็งแรง สมองแจ่มใส อ่อนกว่าวัยไปด้วยกัน ในความเป็นจริงเราทุกคนมีความต้องการน้ำที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว และกิจกรรมที่ทำเป็นสำคัญ เกณฑ์ขั้นต่ำ คือ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วนั้น ขอพิจารณาปรับเพิ่มหากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือออกกำลังกายจนรู้สึกกระหายน้ำ ขอให้เพิ่มขึ้นให้เพียงพอเป็นที่น่าตกใจว่ากว่าร้อยละ 70 ของคนทั่วไปดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย กรณีของคนวัยทำงาน หลายๆ คนมักวุ่นกับการทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างวัน จนลืมดื่มน้ำไปครึ่งค่อนวันทำให้ร่างกายขาดน้ำ มีอาการกระหายน้ำ ผิวแห้ง ปัสสาวะมีสีเข้ม และรู้สึกอ่อนเพลียได้ กรณีที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อเนื่อง หากปล่อยไว้นานจะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น มีปัญหาเรื่องระบบย่อย โรคกรดไหลย้อน ท้องผูก ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ เป็นนิ่วในไต ผิวพรรณมีริ้วรอยก่อนวัย ผิวแห้งลอกเป็นแผ่น ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ อ่านเพิ่มเติม

สุขกาย สบายใจ สไตล์ นิ้วกลม

ถือเป็นนักเขียนผู้สร้างแรงบันดาลใจ กระตุกต่อมพลังบวกในยุคนี้ก็ว่าได้ สําหรับเจ้าของนามปากกา “  นิ้วกลม ” หรือ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ปัจจุบันนอกจาก ผลงานเขียน ก็ยังมีพอดแคสต์ งานพิธีกร งานวิทยากร และงานเบื้องหลัง โฆษณาอีกหลายชิ้น

นิ้วกลมหันมาเปลี่ยนตัวเองด้วยการออกกําลังกายอย่างจริงจัง นําไปสู่ผลงานเขียน Homo Finishers-สายพันธุ์เข้าเส้นชัย ที่บอกเล่าเรื่องราวการเอาชนะตัวเอง การสร้างเป้าหมายให้กับตัวเองในวัย 40 ท้าทายตัวเอง ด้วยการออกไปวิ่ง ลุกจากที่นอนทุกเช้า ทําให้ชีวิตมีเป้าหมายด้วยการออกไปวิ่ง จนเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างชัดเจนเคยกล่าวไว้ว่า “สิ่งที่เข้าใจตัวเองผ่านการวิ่ง เหมือนกับความคิดแบบกรีกโบราณ การมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เพื่อแค่มีชีวิตอยู่ แต่ยังหมายถึงคุณต้องงอกงามด้วย ถ้าไม่งอกงามเพิ่มขึ้นไป ก็ไม่ต่างจากคุณตายไปแล้ว”

เมื่อถามถึงนิยามความสุขของผู้ชายคนนี้ นิ้วกลม อธิบายให้ฟังว่า ชีวิต คือ ส่วนผสมระหว่าง เรื่องที่เราชอบ และไม่ชอบ เราไม่สามารถควบคุมมันได้ เพราะฉะนั้นความสุขจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเรามี จิตใจที่มั่นคง ซึ่งจิตใจที่มั่นคงนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับการฝึกฝน เราจําเป็นต้องมีศรัทธา เชื่อว่าชีวิตนี้ มีความหมาย เชื่อในกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ เชื่อว่าทุกอย่างเกิดขึ้นโดยมีเหตุและผลของมัน อ่านเพิ่มเติม

เว้นระยะห่าง แจกบัตรคิว คุมเข้มโรงทาน วางมาตรการคุมเข้มโรงทาน

วางมาตรการคุมเข้มโรงทาน 400 วัดทั่วประเทศ เว้นระยะห่าง แจกบัตรคิว ไม่เกิน 500 คนต่อวัน พร้อมเยียวยาวัดที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ไร้เงินบริจาค ขาดปัจจัยค่าน้ำ-ไฟ

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงข้อกังวลของการจัดโรงทานภายในวัดวาอารามกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ถึงมาตรการรักษาระยะห่างว่า เบื้องต้นได้กำชับกับทุกวัดที่มีการจัดโรงทานต้องเว้นระยะห่าง และต้องจำกัดจำนวนคนไม่เกิน 500 คนต่อวัน โดยอาจจะต้องแจกบัตรคิวในกรณีที่มีประชาชนจำนวนมาก เพื่อลดความแออัด และต้องสวมหน้ากากอนามัย มีเจลล้างมือแอลกอฮอล์ ให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนกรณีที่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้วัดงดกิจกรรมทางศาสนา รวมถึงประชาชนมีข้อจำกัดเข้าทำบุญภายในวัด ทำให้บางวัดที่เคยได้รับเงินจากการทำบุญ อาจจะมีปัญหาเรื่องการจ่ายค่าน้ำค่าไฟนั้น เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ รวบรวมข้อมูลความเดือดร้อน เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลในการกำหนดแนวทางช่วยเหลือต่อไป

 

อากาศดีๆ สุขภาพดีๆ ชีวิตดี๊ดีหาได้ที่ไหน

 อากาศดี  คนเรามักใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมในอาคาร จึงเสี่ยงต่อการได้รับมลพิษทางอากาศในที่ร่มมากกว่ากลางแจ้ง เรามีวิธีง่ายๆ ในการขจัดมลพิษในอาคาร อันเป็นสาเหตุของอาการภูมิแพ้และหอบหืด  ดังนี้ อากาศดี เราต้องทำให้เกิด

อากาศดี


  • อย่าเลี้ยงสัตว์ในบ้าน และทำความสะอาดบ้านเพื่อกำจัดขนและรังแคจากสัตว์
  • เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์หนังแทนผ้า เพื่อป้องกันไรฝุ่น
  • เลิกใช้พรมปูพื้นและวัสดุตกแต่งที่ทำจากผ้า
  • ปัดฝุ่นข้าวของเครื่องใช้และพื้นผิวต่างๆ ทุกสัปดาห์
  • เปิดหน้าต่าง เพื่อให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเทดีขึ้น
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงในห้องนอน
  • ทำความสะอาดห้องน้ำและห้องที่มีความชื้นสูงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันเชื้อรา
  • อย่าสูบบุหรี่ในบ้าน

“อากาศดี ภายในบ้านหรือภายในอาคารอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้รุนแรงกว่าอากาศภายนอกของเมืองอุตสาหกรรม”

ผักเพื่อสุขภาพ กินอย่างไรให้ได้ ประโยชน์สูงสุดจากข้างในสู่ข้างนอก

“ผัก” จัดอยู่ในอาหารหมู่ที่5 คือวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งทั้งที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกาย โดยส่วนใหญ่ผักจะอุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี วิตามินซี โพแทสเซียม แมงกานีส สังกะสี ฟอสฟอรัสและอื่นๆขึ้นอยู่กับชนิดของผัก โดยในบางครั้งกรรมวิธีในการปรุงอาหารก็มีส่วนทำให้สารอาหารในผักเพื่อสุขภาพหลายๆ ชนิดลดลงไปบ้างไม่มากก็น้อย เทศกาลกินเจปีนี้ สุขภาพดีนำเสนอวิธีรับประทาน ผักเพื่อสุขภาพ อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อสุขภาพที่ดีของคนถือศีลกินเจกัน

ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรรับประทานสด ได้แก่ผักที่มีวิตามินซีสูง เช่นแครอท แตงกวา และมะเขือเทศ โดยนอกจากจะมีวิตามินซีแล้ว ผักต่างๆเหล่านี้ยังมี วิตามินเอ วิตามินบี เหล็ก ฟอสฟอรัส และเบต้าแคโรทีน ซึ่งช่วยบำรุงสายตาและช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นอกจากนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามสารอาหารเหล่านี้ก็สามารถสลายไปพร้อมกับการปรุงอาหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินจะสลายตัวเมื่อได้รับความร้อน ดังนั้นหากรับประทานแบบสดๆ ก็จะได้สารอาหารครบถ้วนมากกว่านำไปปรุงสุกนั่นเอง

แต่ในความเป็นจริงการรับประทานผักสดอาจดูไม่ง่ายนัก เนื่องจากผักสดส่วนใหญ่มักจะมีกลิ่นฉุนและรสชาติเฉพาะตัว ดังนั้นวิธีการรับประทานผักสดให้อร่อยควรรับประทานเป็นสลัด ซึ่งน้ำสลัดและผลไม้ชนิดอื่นๆที่เติมลงไปจะทำให้ผักสดรสชาติดีขึ้น หรืออีกวิธีหนึ่งคือการนำผักและผลไม้มาปั่นรวมกันเป็นเครื่องดื่ม เติมเกลือเล็กน้อยเพื่อปรับรสชาติจากนั้นนำไปแช่เย็นเพื่อให้ได้ความสดชื่น ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีทีเดียว

ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรทานแบบปรุงสุก

ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทาน ส่วนใหญ่จะมีสารเฉพาะตัวที่หากรับประทานสดจะส่งผลเสียกับร่างกายมากกว่าผลดี เช่นในกะหล่ำปลีสดจะมีสารกอยโตรเจน ซึ่งส่งผลต่อการดูดซึมสารไอโอดีนในร่างกาย ดังนั้นหากรับประทานมากเกินไปก็จะส่งผลต่อต่อมไทรอยด์และทำให้เป็นโรคคอพอกได้ ซึ่งสารชนิดนี้นอกจากจะมีกะหล่ำปลีแล้ว ยังสามารถพบในบล็อกโคลี่และผักกาดขาว ซึ่งนิยมนำมารับประทานสดๆคู่กับน้ำพริกอีกด้วยถึงแม้ในทางการแพทย์จะระบุไว้ว่าต้องรับประทานในปริมาณมากถึงจะส่งผลต่อร่างกายอย่างเห็นได้ชัด แต่เพื่อความปลอดภัยในระยะยาวก็ควรนำไปปรุงให้สุกเสียก่อนหรือหากชอบรับประทานแบบสดๆก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและรับประทานผักชนิดอื่นร่วมด้วย

อย่างไรก็ตามหลายคนยังคงมีความเชื่อที่ว่าความร้อนจากกรรมวิธีในการปรุงอาหารจะทำให้สารอาหารอาหารหรือวิตามินต่างๆในผักเพื่อสุขภาพสูญเสียไป ดังนั้นหากจำเป็นต้องปรุงผักให้สุกก่อนรับประทานควรใช้ความร้อนน้อยที่สุดและรับประทานทันทีเพื่อคงคุณค่าของสารอาหารให้ได้มากที่สุด และควรใช้วิธีผัดหรือต้มแทนการลวกเนื่องจากวิตามินที่ออกมาจะยังคงอยู่ในน้ำผัดหรือน้ำแกง ซึ่งหากเรานำมาราดข้าวหรือซดร้อนๆก็จะยังคงได้รับสารอาหารที่ค่อนข้างครบถ้วนอยู่

จะเห็นได้ว่าผักแต่ละชนิดมีวิธีในการรับประทานต่างกัน หากอยากรับประทานให้ได้สารอาหารครบถ้วน ก็ควรเลือกชนิดของผักและวิธีการรับประทานให้ถูกต้อง เพียงเท่านี้เราก็จะได้ทานผักเพื่อสุขภาพ ที่ให้ประโยชน์สูงสุดกับร่างกายและดีต่อสุขภาพของเราในทุกๆ วัน ทุกๆ มื้ออาหาร รวมถึงเทศกาลกินเจปีนี้กันด้วยค่ะ

ดื่มน้ำให้ผอม ช่วย “ลดน้ำหนัก” แถมผิวสวยเปล่งปลั่ง

วิธี การดื่มน้ำ ให้ผอม ช่วย “ลดน้ำหนัก” แถมผิวสวยเปล่งปลั่ง

หนึ่งในวิธี “ลดน้ำหนัก” ที่สาวๆ สายสุขภาพให้การยอมรับและบอกต่อกันมากก็คือ “การดื่มน้ำ”เยอะๆ แต่รู้หรือไม่? ว่า การดื่มน้ำ เพื่อให้ผอมหุ่นดีผิวสวยเปล่งปลั่ง ก็ต้องมีขั้นตอนการดื่มน้ำให้ถูกต้องด้วยจร้า


 

การดื่มน้ำ

1. ดื่มน้ำ 1 แก้ว หลังตื่นนอน

โดยปกติแล้วร่างกายผู้ชายจะต้องการน้ำเปล่าประมาณ 13 แก้วต่อวัน ส่วนร่างกายผู้หญิงต้องการน้ำ 9 แก้วต่อวัน ขั้นตอนแรก เริ่มจากให้ฝึกตื่นเช้าให้เป็นนิสัย เพราะร่างกายของเรามีนาฬิกาชีวิต อวัยวะต่างๆ จะทำงานตามเวลาของมัน ซึ่งเราก็ต้องดื่มน้ำให้สัมพันธ์กับแต่ละช่วงเวลาด้วย

เวลา 06.30-07.00 น. ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว หลังตื่นนอนตอนเช้าทันที ช่วงนี้เลือดในร่างกายจะมีความข้นหนืดสูง หลังจากขาดน้ำมาทั้งคืน การดื่มน้ำในตอนนี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และยังช่วยกระตุ้นการขับถ่าย

2. ช่วงสายๆ ดื่มน้ำ 2-3 แก้ว

เวลา 08.00 น. ดื่มน้ำ 1 แก้ว โดยดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารเช้า 1 ชม. ไม่ควรดื่มก่อนกินข้าวแบบทันที เพราะจะทำให้น้ำย่อยมีความเจือจางลง ทำให้ย่อยอาหารได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาจทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ

ถัดมา เวลา 09.00-11.00 น. ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ในช่วงเวลานี้ พอทำงานเต็มที่ก็จะมีของเสียเกิดขึ้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อชำระล้างของเสียเหล่านั้นออกไปจากร่างกาย

3. การดื่มน้ำก่อนมื้อเที่ยง

เวลา 12.00 น. เที่ยงวัน ให้ดื่มน้ำ 1/2 แก้ว ก่อนรับประทานอาหาร 1 ชม. หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ จิบน้ำล้างปากได้เล็กน้อย ไม่ควรดื่มน้ำตามมากๆ เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจาง ย่อยอาหารไม่ดีเท่าที่ควร

4. ช่วงบ่าย ดื่มน้ำ 2-3 แก้ว

เวลา 13.00-16.00 น. ดื่มน้ำ 2 แก้ว ไม่ต้องดื่มน้ำรวดเดียวทั้ง 2 แก้วนะ แต่ให้ใช้การจิบน้ำระหว่างวันไปเรื่อยๆ เพื่อดับกระหาย และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ ยิ่งใครที่นั่งทำงานในห้องแอร์ ผิวจะแห้ง หยาบกระด้างได้ง่าย จึงควรเติมน้ำให้ผิวในช่วงนี้

5. ดื่มน้ำก่อนมื้อเย็น 1-2 แก้ว

เวลา 17.00-19.00 ช่วงเย็นควรแบ่งเวลาไปออกกำลังกาย และก่อนจะทานมื้อเย็น ให้ดื่มน้ำก่อนอาหาร 1 ชม. ในปริมาณ 1-2 แก้ว ถัดมาในช่วงหัวค่ำ เวลา 19.00-21.00 น. ให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว โดยใช้การจิบน้ำไปเรื่อยๆ เพื่อให้ระบบเลือด ระบบลำไส้ทำงานได้ดี

6. ก่อนนอน ดื่มน้ำ 1 แก้ว

ในแต่ละวัน ควรเข้านอนเวลา 23.00 น. หรือไม่เกินเที่ยงคืน โดยก่อนจะนอน 1 ชม. ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อชำระล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้ แต่ไม่ควรดื่มใกล้เวลานอนเกินไป เพราะจะทำให้ปวดปัสสาวะกลางดึก รบกวนการนอน ทำให้นอนหลับไม่สนิทได้

7. ทำไมการดื่มน้ำ ช่วยลดความอ้วน?

ดื่มน้ำเยอะๆ มีส่วนช่วยในการลดความอ้วน เพราะการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายของเราให้ลงได้ และถ้าดื่มก่อนมื้ออาหาร 1 ชม. ก็จะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ด้วย อีกทั้งช่วยในการย่อยอาหารให้ระบบย่อยอาหารทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรดื่มมากเกินไป (ไม่ควรเกิน 10 แก้วต่อวัน) เพราะจะทำให้ไตทำงานหนัก ทำให้เซลล์บวมน้ำ อาการต่อมาคือปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนได้

 

5 ท่า 10 นาที! ลดพุง เพื่อคนที่คุณรัก ชีวิตดี๊ดี

ออกกำลังกาย
ออกกำลังกาย

วันนี้เราจะมาบอกวิธี ที่รู้ใจสาวๆ ที่มีความขี้เกียจเล็กน้อย แถมไม่ชอบ ออกกำลังกาย แต่อยากได้อยากมีหน้าท้องแบนๆ แบบไม่ต้องทำอะไรมาก ด้วยการนำท่า ออกกำลังกาย สุดง่ายแบบนอนทำได้บนเตียงมาฝาก 5 ท่าด้วยกัน! เป็น 5 ท่า ที่ต้องบอกว่าง๊ายง่าย ขยับตัวไม่เยอะ แต่ช่วยลดพุงได้ดีจริงๆ ค่ะ ทำ 5 ท่านี้ทุกวัน ท่าละ 10 นาทีเท่านั้น จะตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือก่อนนอน ก็รับรองว่า หน้าท้องเฟิรมๆ มาแน่! เเถวฟรีสุขภาพดีอีกด้วย

 

 

1.1 นอนตะแคง แขนซ้ายตั้งศอก มือขวาเท้าเอวไว้ วางสะโพกซ้ายและต้นขาซ้ายแนบพื้น

1.2 เกร็งหน้าท้อง ยกสะโพกและต้นขาขึ้นจากพื้น ให้ลำตัวตั้งตรง

1.3 ทำข้างละ 5-10 ครั้ง

2.1 นอนหงาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้น งอเข่า ทำมุม 90 องศา ยกลำตัวด้านบนขึ้น และเหยียดแขนออกไปด้านหน้า

2.2 เหยียดขาขวาตรงออกไปด้านหน้า

2.3 จากนั้นสลับเป็นขาซ้าย เหยียดออกไปด้านหน้า

ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง

3.1 นอนหงาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้น งอเข่า ทำมุม 90 องศา ยกต้นคอและศีรษะขึ้น แขนทั้งสองวางไว้ด้านหลังศีรษะ

3.2 บิดลำตัวด้านบนไปทางซ้าย ให้ศอกขวาแตะเข่าซ้าย พร้อมๆ กับเหยียดขาขวาออกไป

3.3 จากนั้นสลับ บิดลำตัวด้านบนไปทางขวา ให้ศอกซ้ายแตะเข่าขวา พร้อมๆ กับเหยียดขาซ้ายออกไป

ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง

4.1 ยกลำตัวและขาขึ้นให้เป็นรูปตัว V งอเข่าให้ขาขนานกับพื้น ประสานมือทั้งสองข้างชี้ไปด้านหน้า

4.2 จากนั้นบิดลำตัวไปด้านขวาและทิ่มมือลงด้านขวา

4.3 จากนั้นสลับ บิดลำตัวไปด้านซ้ายและทิ่มมือลงด้านซ้าย

ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง

5.1 นอนหงาย เหยียดแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะ แขนซ้ายวางข้างลำตัว พร้อมกับชันเข่าขวาขึ้น

5.2 ยกลำตัวและขาซ้ายขึ้น ใช้มือขวาแตะปลายเท้าซ้าย

5.3 จากนั้นสลับข้าง เหยียดแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ แขนขวาวางข้างลำตัว พร้อมกับชันเข่าซ้ายขึ้น

5.4 ยกลำตัวและขาขวาขึ้น ใช้มือซ้ายแตะปลายเท้าขวา

ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง