กลยุทธ์การทำ SEO

กลยุทธ์การทำ SEO ในทุกวันนี้คนค้นหาสิ่งที่ตัวเองสงสัยหรือต้องการใน Google แล้ะใช้บ่อยไม่แพ้ Facebook, Instagram, Youtube หรือ Line จำนวนการค้นหาหรือคำถามที่ Google ได้รับอยู่ “ทุกวินาที” นั้นเกินกว่า 40,000 ครั้ง หมายความว่า Google ได้รับคำถามและคำที่ถูกค้นเกิน 3.5 พันล้านในแต่ละวัน 

ฉะนั้นการเอาเว็บไซต์หรือแอปฯขึ้นหน้าหนึ่งและติดอันดับต้นๆบน Google จึงเป็นเรื่องที่ธุรกิจหลายๆเจ้าให้ความสำคัญ เมื่อคนค้นหาในสิ่งที่สงสัยหรือต้องการ เว็บไซต์ของเราจะต้องปรากฎให้คนนั้นเห็นเพื่อไปตอบข้อสงสัยหรือตอบโจทย์ความต้องการของคนนั้น (ทำเว็บฯดักรอให้คนเห็นตามหลัก Pull Marketing) ไม่เหมือนการทำเนื้อหาและโฆษณาบน Social Media ที่ต้องโพสให้คนเห็นเพื่อกระตุ้นให้คนสนใจและต้องการตามหลัก Push Marketing 

เราเลยอยากสรุปใจความสำคัญว่า SEO คืออะไรกันแน่ จากนั้นเราจะสอนกลยุทธ์ ขั้นตอนและเครื่องมือที่ใช้ทำ SEO รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่ออันดับของเว็บไซต์บน Google

SEO คืออะไร ?

SEO หรือ Search Engine Optimization คือการทำให้คนเห็น เยี่ยมชมและได้รับประสบการณ์ที่ดีจากเว็บไซต์หรือใช้แอปพลิเคชั่นมากขึ้นบน Google ที่ครองตลาดใหญ่ที่สุดของ Search Engine โดยไม่พึ่งเงินทำโฆษณาออนไลน์ให้คนคลิกเข้าเว็บฯหรือแอปฯตรงๆ (Pay per click) เป็นหลัก

SEO จะทำหน้าที่ให้คนรับรู้ว่าเว็บไซต์ของเราอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่สงสัยและลองเข้าไปเยี่ยมชมและสนใจ และหากสนใจจนอยากซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ก็สามารถค้นหาแบรนด์ของเราและเจอเว็บฯของเราที่ทำ Google Adwords รอไว้อยู่แล้วซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEM (Search Engine Marketing) นั่นเอง (แต่ในที่นี้จะขออธิบายแค่ SEO เท่านั้น)

SEO จึงไม่ใช่แค่การทำให้เว็บไซต์และแอปฯที่เป็น Digital Asset ติดอันดับหน้าหนึ่งบน Google เพียงอย่างเดียว

กลยุทธ์การทำ SEO

ถ้าแบรนด์ของเราไม่ได้ติดตลาดจริงๆ ก็ไม่ควรหวังให้กลุ่มเป้าหมายค้นหาชื่อแบรนด์ สินค้าหรือบริการของเราตรงๆ เพราะว่าก่อนที่กลุ่มเป้าหมายจะหาชื่อแบรนด์ของเราเจอ จะต้องมาการ “เดินทาง” มาก่อน 

ฉะนั้นกลยุทธ์หลักๆในการทำ SEO (จริงๆคือกลยุทธ์หลักๆในการทำ Digital Marketing) จะต้องทำให้เว็บไซต์ไม่กระโดดไปขายของเลย แต่ต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักก่อน แล้วค่อยกระตุ้นความสนใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการที่เราขาย ก่อนที่จะมาเป็นลูกค้า และบอกต่อแบรนด์ต่อไป 

1. ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักเว็บไซต์ของเราก่อน

กลุ่มเป้าหมายในขั้นนี้ไม่ได้ตั้งใจค้นหาชื่อแบรนด์ของเราแต่แรก แต่จะเริ่มจากค้นหาสิ่งที่สงสัยและต้องการก่อน เช่นกลุ่มเป้าหมายอยากกินอาหารญี่ปุ่นแถวสีลม อาจจะค้นหาคำว่า “ร้านอาหารญี่ปุ่นแถวสีลม” แล้วเจอเว็บไซต์ของร้านอาหารญี่ปุ่นที่บนหน้าแรกของ Google และรวมถึงเว็บไซต์แนะนำร้านอาหารที่ว่า ซึ่งพอคลิกเข้าไปดูแล้วก็อาจจะเจอร้านอาหารของเราก็ได้ส่วนเว็บไซต์จะเป็นของเราหรือของคนอื่นก็ได้

2. ทำเนื้อหาและออกแบบเว็บไซต์ให้น่าสนใจ

ขั้นตอนนี้ไม่ใช่การโฆษณาขายแบรนด์ สินค้าหรือบริการของเรา แต่ให้รายละเอียดลักษณะสินค้าบริการของเรากับกลุ่มเป้าหมาย เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่กลุ่มเป้าหมายหาข้อมูลเพิ่มเติม อยากรู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้น รวมไปถึงการออกแบบเว็บไซต์ให้น่าสนใจ 

3. ให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทสินค้าหรือบริการที่เราขาย

ขั้นตอนนี้ท้าทายสำหรับแบรนด์ที่ขายสินค้าราคาแพง มีความใหม่ ซับซ้อน คู่แข่งเยอะ แบรนด์เราก็ไม่ใช่แบรนด์เดียวที่เป็นตัวเลือกของกลุ่มเป้าหมาย ฉะนั้นเว็บไซต์ควรทำเนื้อหาที่เปรียบเทียบสินค้าและบริการระหว่างแบรนด์ของเรากับคู่แข่งในแง่ต่างๆรวมถึงสินค้าหรือบริการที่ใช้ทดแทนกันได้ แล้วชูจุดขายหรือ Unique Value Proposition ของสินค้าขึ้นมา

4. ขายของ

ขั้นตอนนี้การทำ Google Adwords จะมีประสิทธิภาพมากกว่าทำ SEO เฉยๆ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าหรือเลือกใช้บริการของเราแล้ว จึงค้นหาชื่อแบรนด์ของเราโดยตรง ฉะนั้นควรทำให้เว็บเพจที่ขายของไปอยู่อันดับต้นๆบนหน้าแรกของ Google โดยใช้โฆษณา Google Adwords ดีกว่าปล่อยให้กลุ่มเป้าหมายไปเจอเว็บฯของคู่แข่งแทน

5. กระตุ้นให้ลูกค้าได้เขียนรีวิวสินค้าและบอกต่อ

ขั้นตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้มากนอกจากเปิดพื้นที่ออนไลน์ให้ลูกค้าได้เขียนรีวิวสินค้าหรือบริการที่ใช้ไปแล้ว หรือเราสามารถขอให้ลูกค้าเขียน Testimonial ให้กับเว็บไซต์ ซึ่งจริงๆแล้วลูกค้าจะไปรีวิวหรือบอกต่อที่ไหนก็ได้เช่น Pantip

ขั้นตอนนี้จึงกลายเป็นเรื่องของการสร้างชื่อเสียงของแบรนด์ซึ่งจะส่งผลต่อการทำ SEO ในอนาคต เช่นชื่อแบรนด์ของเราติดตลาดแล้ว เราเลยสามารถใช้ชื่อแบรนด์เป็นคีย์เวิร์ดได้ ยิ่งคนพูดถึงเยอะเรายิ่งได้ traffic เยอะจากชื่อแบรนด์ของเราเป็นต้น

 

จะสังเกตว่า SEO จะมีบทบาทมากในสามขั้นตอนแรกสำหรับลูกค้าที่ไม่รู้ว่าแบรนด์ไหนตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ส่วนอีกสองขั้นตอนหลัง SEO จะเป็นกิจกรรมที่คอยสนับสนุนมากกว่า และการทำ SEO ไม่ใช่จะต้องไม่เสียเงินเสมอไป เช่นการทำ Advertorial จ้างเว็บไซต์ดังๆมารีวิวแนะนำประเภทของสินค้าที่เราขาย และเอาแบรนด์ของเราเข้าไปด้วย หรือการทำ Google Adwords กับเว็บเพจที่ไม่ได้เน้นขายของเพื่อเพิ่ม traffic และความน่าเชื่อถือ (แต่ไม่ได้ทำให้ Organic Reach เพิ่มขึ้น) เป็นต้น

 

รับทำ SEO

ต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี เลือกที่เดิม หรือ เริ่มที่ใหม่

ต่อประกันรถยนต์ เลือกที่เดิม หรือ เริ่มที่ใหม่ ประกันรถหมดอายุ อยากจะต่อประกัน แต่ก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะอยู่ที่เก่าหรือเริ่มเจ้าใหม่ไปเลย

สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ต้องมี คือประกันภัยรถยนต์ที่เชื่อว่าทุกคนรู้ถึงความสำคัญและประโยชน์ของมันเป็นแน่ โดยการซื้อประกันรถยนต์จะเป็นการซื้อความคุ้มครองแบบปีต่อปี เมื่อถึงรอบกำหนดครบสัญญา ก็ถึงเวลาที่เจ้าของรถจะต้องกลับมานั่งทบทวนว่า จะ ต่อประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี เอาแบบที่เก่าหรือว่าจะไปเลือกเจ้าใหม่ แบบไหนจะคุ้มมากกว่ากัน ?

คุณต้องเป็นคนตัดสินใจเอง

สำหรับบางคนที่ซื้อรถยนต์ใหม่ ทางผู้ขายมักจะผูกโปรกับบริษัทประกันเพื่อเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจให้แก่ผู้ซื้อรถ ในครั้งแรกของการทำประกันเจ้าของรถจึงมักไม่ค่อยได้ศึกษาเงื่อนไขประกันหรือมีเวลาไปเปรียบเทียบกับเจ้าอื่น เมื่อถึงเวลาครบปีก็คิดว่าไม่อยากเสียเวลายุ่งยากไปดูที่ไหนอีก หรือทางโบรกเกอร์เองโทรมาและรวบรัดตัดความให้คุณต่อสัญญากับทางเดิมโดยที่คุณอาจจะยังไม่ได้ทันมีเวลาได้ดูและเปรียบเทียบใด ๆ เลย

ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่คุณที่ต้องแจ้งขอเวลาทบทวนและเป็นฝ่ายแจ้งว่าจะเป็นคนเลือกเอง ให้บอกไปว่าคุณจะเป็นผู้ติดต่อดำเนินการด้วยตัวเอง หากพบว่าประกันจากทางบริษัทเดิมให้ข้อเสนอที่ตอบโจทย์และโดนใจคุณจริง ๆ อย่าให้เจ้าหน้าที่ประกันมาตัดสินใจแทนคุณ เพราะอาจจะทำให้คุณพลาดสิ่งที่ดีกว่าที่คุณยังไม่ได้ศึกษาและลองเปรียบเทียบดูก็ได้

ส่วนลดประวัติดี ไม่ได้มีแต่ที่เก่า

ส่วนมากทางบริษัทจะมีส่วนลดประวัติดีสำหรับกรณีที่รถไม่เคลมเลยตลอดปีแรก การต่อประกันปีต่อมากับบริษัทเดิมจึงจะได้รับสิทธิพิเศษ จุดที่ได้ส่วนลดนี้ให้พิจารณาร่วมกับกับเงื่อนไขอื่น ๆ ประกอบด้วย หากคุณพึงพอใจก็เลือกต่อกับเจ้าเดิมได้เลย

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าส่วนลดประกันจากการไม่เคยเคลมเลยจะได้รับเฉพาะจากบริษัทเดิม คุณสามารถดูข้อเสนอประกันจากที่ใหม่ควบคู่ไปด้วยได้เพราะในปัจจุบันหน่วยงานประกันแทบทุกที่สามารถตรวจสอบข้อมูลลูกค้าร่วมกันได้ ถ้าคุณประวัติดีสามารถนำมาใช้ต่อรองกับบริษัทใหม่ได้เช่นกัน แต่ส่วนลดอาจจะไม่เท่ากับที่เก่า จึงจำเป็นที่จำต้องชั่งน้ำหนักความคุ้มค่าในด้านอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วยนั่นเอง

การให้บริการของแต่ละบริษัท

หากคุณได้บริษัทประกันที่ให้วงเงินที่ประหยัด เบี้ยประกันจ่ายไม่แพง แต่กลับได้รับบริการที่ไม่น่าประทับใจต่าง ๆ เช่นเกิดอุบัติเหตุแล้วรับเรื่องช้า ใช้เวลาการรับเรื่องไม่รวดเร็วทันใจสมโฆษณา หรือว่ากว่าจะได้ดำเนินการใด ๆ ที่กลายเป็นว่าคุณต้องมาเสียเวลาจัดการด้วยตัวเองแทบทั้งหมดเพราะมันไม่ได้ดังใจเอาเสียเลย หากคุณเจอปัญหาเหล่านี้กับทางบริษัทประกันเดิมอาจจะถึงเวลาที่จะต้องทบทวนหาที่ใหม่ได้แล้ว หากจะได้ของถูก แต่ได้รับการบริการยอดแย่ ยอมไปเสียเงินที่อื่นเพิ่ม ซื้อความสบายใจจากที่ใหม่จะดีกว่า

นอกจากนี้ดูเงื่อนไขของกรมธรรม์ให้แน่ใจเหมาะกับการใช้งานรถของคุณหรือไม่ เบี้ยประกันที่จ่ายไปให้ความสบายใจในการคุ้มครองขนาดไหน และอย่าลืมดูศูนย์ให้บริการที่มอบความสะดวกแก่คุณหรือเปล่า ถ้าจ่ายไปแพงแถมยังต้องไปวิ่งเข้าศูนย์ที่ไกลบ้านก็คงไม่ดีเท่าไหร่ หรือจะจ่ายถูกก็ต้องวิ่งไปรับบริการที่ไกลเกินไป มันจะคุ้มค่าหรือเปล่า

ต่อประกันรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

หากตัดสินใจแล้วว่าต้องการต่อประกันที่ไหน ขั้นตอนหลังจากนี้คือการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง โดยเอกสารที่ต้องเตรียมการสำหรับการต่อประกันมีดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของเจ้าของรถ
  • สำเนาใบขับขี่ ของผู้ที่ระบุชื่อในกรมธรรมในกรณีระบุผู้ขับขี่
  • สำเนาคู่มือรถยนต์เล่มสีฟ้าหน้าปัจจุบัน
  • สำเนากรมธรรม์เล่มเดิม
  • ใบเตือนต่ออายุ (ถ้ามี)

อย่าคิดว่าทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องที่เสียเวลาถ้าหากสุดท้ายอาจจะต้องเป็นการต่อประกันรถยนต์กับที่เดิมเพราะถือว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดอย่างเต็มที่แล้ว ควรใช้เวลาในการศึกษาทบทวนข้อมูลสักนิด เพื่อประโยชน์และผลลัพธ์ที่ดีของผู้ใช้รถอย่างคุณเอง

 

ซื้อขายรถมือสอง

คำถามที่พบบ่อยเมื่อจะซื้อรถมือสอง

คำถามที่พบบ่อยเมื่อจะซื้อรถมือสอง จะซื้อรถมือสองทั้งที แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้าง เพราะเป็นมือใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้แบบมาก จะทำยังไงดีน้า คำถามก็มีมากมาย จะหาคำตอบแบบครบถ้วนได้ที่ไหน

บทความดีๆมาแนะนำสำหรับคนที่กำลังอยากซื้อรถมือสองค่ะ สำหรับคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อรถยนต์มือสอง อาจเพราะเหตุผลที่มีราคาถูกกว่า และไม่มีความจำเป็นที่ต้องซื้อรถยนต์มือหนึ่ง การซื้อรถยนต์มือสองถือเป็นทางเลือกที่ดีพอสมควร เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกลง ในประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายน่าจะตัดจบไปได้เลย หากตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะซื้อ แต่ยังไม่รู้ว่าต้องทำยังไงบ้างและอาจะมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย วันนี้เราจะพาไปเจาะ คำถามที่พบบ่อยเมื่อจะซื้อรถมือสอง และล้วงคำตอบให้ทุกคนได้ทราบกันว่ามันจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.ต้องเช็กอะไรบ้าง?

สิ่งควรเช็กขณะเลือกรถมือสองนะคะ การเลือกรูปร่างหน้าตาภายนอก รุ่นรถ สี เป็นสิ่งที่ใช้ตาเปล่าเลือกได้อยู่แล้ว เราก็มองหารถรุ่นที่ใช่สำหรับเรา ต่อมาเราก็มาดูเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะด้านตัวเครื่อง การใช้งาน ความสมบูรณ์ของตัวรถคงต้องหาหลักฐานต่างๆ มายืนยันกันหน่อย ทำให้เราต้องสนใจและใส่ใจที่จะร้องขอเพื่อตรวจสอบ 5 สิ่งเหล่านี้

  • สมุดประวัติรถ

สิ่งนี้จะเป็นตัวตัดสินได้เลยว่าเจ้าของรถนั้นดูแลรถคันนี้ดีหรือเปล่า? เพราะสมุดประวัติรถจะแจกแจงว่ารถคันนี้ถูกบำรุงรักษาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ และเข้าศูนย์เพื่อเช็กระยะ เช็กตัวเครื่องอยู่เป็นประจำหรือเปล่า มากกว่านั้นรถคันนี้เคยซ่อมหรือเปลี่ยนอะไรตรงไหนบ้าง มีให้ครบ ถ้าคันไหนมีสมุดประวัติรถให้ ติ๊กผ่านได้เลย!

  • เลขไมล์รถและเลขตัวถัง

จะดูได้อย่างไรว่ารถคันนี้ใช้งานหนักหนาแค่ไหน ให้ดูที่เลขไมล์ สำหรับคนที่ไม่เคยซื้อรถมาก่อน สิ่งนี้สำคัญพอสมควร ซึ่งหากเป็นรถบ้านจริงๆ ไม่ควรเลือกที่มีเลขไมล์เกิน 30,000 กิโลเมตร และอย่าลืมเช็กตัวถังรถด้วย ข้อนี้ต้องใช้สกิลการจับผิดกันเล็กน้อย ใช้สายตาสอดส่องดูฝากระโปรง ตัวรถด้านหลัง สีด้านข้างรถ ทะเบียนรถว่ามีอะไรผิดปกติไปหรือไม่ บางคันอาจเคยเคลมมาก่อน หากเจ้าของรถไม่ได้บอก แล้วเราไปเจอบางจุดเข้า ก็โบกมือลาคันนี้ไปได้เลย

  • ช่วงล่างรถ เครื่องรถยนต์และเกียร์

ลองขอเจ้าของรถหรือที่เต้นท์สตาร์ทรถดู หรือทดลองขับดูก่อน ลองเข้าเกียร์ดูว่ามีสะดุดรึเปล่า และลองขับผ่านทางขรุขระดูว่าช่วงล่างยังแน่นยังดีอยู่ไหม พบเสียงอะไรผิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรก็มั่นไปอีกเปราะนึงเนาะ

  • เบรคและยางรถ

รถมือสอง อาจขับจนยางสึก ดอกยางเหลือน้อย หรือไม่เคยได้รับการเปลี่ยนยางสักชุดเลย ให้เช็กดู พร้อมทำใจเรื่องผ้าเบรคไว้ด้วยก็ดี แนะนำให้เปลี่ยนใหม่ เพื่อความอุ่นใจของเราเอง เบรคและยางเป็นส่วนสำคัญเลยทีเดียว

  • ห้องโดยสาร

เรื่องห้องโดยสารด้านในตัวรถ ใช้เซ้นส์ดูได้เลย แอร์เย็นไหม ปรับแล้วได้ตามที่ปรับรึเปล่า เบาะรถ คอนโซล กลิ่น และมีตรงไหนที่พังหรือเสียไหม เช็กให้เรียบร้อยทั้งหมด เพื่อความมั่นใจของเราค่ะ

2. ต้องถามอะไรกับคนขายรถ?

นอกจากเช็ครถเรียบร้อยแล้ว เราก็ควรมีคำถามกับทางคนขายรถด้วยเพื่อความชัวร์ ส่วนคำถามที่ควรถามจะมีอะไรกันบ้าง เราได้ลิสต์ไว้ให้แล้วค่ะ

-รถมีอุปกรณ์เสริมอะไรมาบ้าง
ถึงแม้จะบอกหรือไม่ได้บอกในประกาศก็เป็นสิ่งที่คุณควรจะต้องถาม โดยเฉพาะอุปกรณ์หลักๆ เช่น ครุยส์คอนโทรล กระจกไฟฟ้า เบาะปรับไฟฟ้า ระบบแอร์ เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้ แอร์แบ็ค กระจกหลังปรับไฟฟ้า เป็นต้น เพราะเมื่อคุณถามอีกครั้ง คุณอาจจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละอุปกรณ์มากขึ้นก็ได้

-รถคันนี้เคยชนมารึเปล่า
แน่นอนว่าส่วนมากมักจะตอบว่าไม่เคยโดน หรือโดนขีดข่วนบ้างแต่ไม่หนัก ดังนั้นคุณควรถามถึงรายละเอียดการชนแม้จะเล็กน้อย เช่น ซ่อมไปแพงรึเปล่า หรือว่าซ่อมนานรึเปล่า หรือว่าถามชื่ออู่ว่าซ่อมที่อู่ไหน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าคุณควรไปต่อกับรถคันนั้นหรือไม่

-ซื้อมือหนึ่งออกห้างเลยรึเปล่า
เพราะหากเป็นเจ้าของคนแรก คุณก็ไม่จำเป็นต้องหาประวัติจากที่อื่นๆ แต่หากว่าเป็นรถที่ซื้อต่อมาอีกที คุณอาจจะต้องไปตามประวัติก่อนหน้านี้เอง และถ้าผ่านมาหลายเจ้าของแล้ว ก็อาจจะมองหาตัวเลือกต่อไปได้

-ขับคันนี้ประจำเลยรึเปล่า
เพราะการได้คุยกับเจ้าของที่ขับรถคันนั้นเป็นประจำ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าเขาหรือเธอเป็นเจ้าของที่หมั่นดูแลเอาใจใส่รถที่คุณกำลังสนใจอยู่หรือไม่

-ทำไมถึงตัดสินใจขายรถแล้วล่ะ
ส่วนมากจะตอบว่า “กำลังจะซื้อคันใหม่” คุณอาจถามต่อได้เลยว่า “คันนี้ขับไม่สนุกแล้วหรอ” หากว่าฟังเหตุผลดูแล้ว ไม่เข้าทีก็ดูต่อที่คันถัดไปได้เลย

3.ต้องเตรียมเงินไว้เท่าไหร่ในการจัดทำไฟแนนซ์?

ราคาก็จะตามแต่ไฟแนนซ์ที่นั้นส่วนใหญ่จะมีค่าโอนแสนละ 500 บาท 500,000 บาท ของราคาตัวรถ = 2,500บาท+ค่าดำเนินการต่างๆของไฟแนนซ์ไม่น่าเกิน 5,000บาท ส่วนที่เหลือที่จะงอกมาก็อยู่ที่ว่าคุณจะทำประกันชั้น1กับทางไฟแนนซ์ไปเลยหริอจะทำเองค่ะ

4. จะจองรถได้ยังไงนะ?

เมื่อเราได้รถที่ถูกใจแล้วให้เอาเงินไปจองไว้กับเต้นท์รถประมาณ 5,000 บาท แล้วขอเวลาจัดไฟแนนซ์กับเจ้าของรถ เผื่อเวลาไว้หน่อยบอกไว้10-15 วัน ถ้าจัดไฟแนนซ์ไดด้เสร็จทันเวลาก็ไปทำเรื่องซื้อรถได้เลย! ในใบจอง ควรระบุข้อมูลที่ชัดเจนถึงวันรับรถ และของแถมที่ได้รับทั้งหมด (ระบุด้วยว่าเป็นของแท้ หรือเทียม) ซึ่งถ้าขาดอะไรไป จะมีข้อเสียเปรียบได้ ดังนั้นให้เซลล์เขียนรายละเอียดทั้งหมดลงไป เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ในอนาคต

5. ประกันรถยนต์ควรทำชั้นไหนดี?

สอบถามเจ้าของรถหากเราซื้อรถมือสองแบบรถบ้าน แต่ถ้าซื้อกับเต็นท์รถยนต์มือสอง ต้องถามเลยว่าประกันรถยนต์ยังมีอยู่ไหม? หรือยกเลิกไปแล้ว ทีนี้พอได้คำตอบก็ได้เวลาเลือก หากรถมือสองที่จะซื้อมีอายุหลายปี ควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าสภาพรถยนต์จะยังดีเหมือนใหม่หรือใหม่ ซึ่งการเลือกทำแบบชั้น 1 จะทำให้เซฟค่าซ่อมรถได้ หากเกิดเหตุต้องเคลมขึ้นมา แต่หากคุณไม่ได้กังวลเรื่องนี้นัก เพราะสภาพรถมือสองที่กำลังจะซื้อนั้นใหม่เอี่ยม ถ้าเป็นแบบนี้ คุณไม่มีความจำเป็นต้องทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็ได้ เบี่ยงประเด็นความสนใจไปอยู่ที่ประกันรถยนต์ชั้น 2 และประกันรถยนต์ชั้น 3 แทน เพราะก็คุ้มครองได้เหมือนกัน ต่างกันที่ความคุ้มครองนิดหน่อย ส่วนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ เนื่องจากประกันรถยนต์ชั้น 1 มีค่าเบี้ยที่แพงกว่าชั้นอื่นๆ

6.ดูเล่มรถอย่างไร

– ดูความเป็นเจ้าของในเล่มจะมีรายการความเป็นเจ้าของไว้ ผู้ถือกรรมสิทธิ์คือใคร ผู้ครอบครองคือใคร

– ดูรายการบันทึกเจ้าหน้าที่ในหน้า 18 ว่ามีบันทึกการเปลี่นยแปลงหรือเพิ่มเติมอะไรบ้าง

7.เอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง?

1)สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ซื้อ/ผู้ขาย

2)สำเนาบัตร ผู้ซื้อ/ผู้ขาย

3)เล่มทะเบียน(ถ้าเจ้าของเดิมซื้อสดมา) สัญญาเช่าซื้อ(เจ้าของเดิมซื้อผ่อน)

4)เอกสารที่มารายได้ของคุณ

แบบแรกคือ มนุษย์เงินเดือน

-สลิปเงินเดือน

-รับรองเงินเดือน

-สมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง6เดือน

แบบที่ 2 คือทำธุรกิจส่วนตัว

-สมุดบัญชีเหมือนอันที่ยกตัวอย่างไปแล้ว

-ใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)

-ใบเสร็จค่าเช่าสถานที่ ที่ใช้ในการทำอาชีพนั้น (ถ้ามี) เช่นขายของตลาดนัดต้องมีใบนี้แน่ๆ

-ใบสัญญา เช่นเหมือนข้างบนถ้าขายแบบแผงถาวรต้องมีแน่ๆ

-ภาพหน้าร้าน/อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาชีพ (หมายรวมถึงของที่ขายด้วยนะ)

 

เต้นท์รถ เชียงใหม่

ที่ราบสูงโบโลเวน (Bolaven Plateau)

ที่ราบสูงโบโลเวน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดงหัวสาว เมืองปากซอง แขวงจำปาศักดิ์ พื้นที่แถบนี้เป็นภูเขาไฟที่ดับไปแล้ว จึงกลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิกาที่มีชื่อเสียงส่งออกไปทั่วโลก บริเวณนี้จะมีน้ำตกยอดนิยมเป็นจำนวนมาก เช่น ตาดสักการะ ตาดน้ำพาก ตาดตาเกด ตาดขมึด ตาดเสือ ตาดป่องตะไล และตาดแซพะ

มาผจญภัยท่ามกลางป่าที่น่าตื่นตาตื่นใจกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์รอบด้าน ความตื่นเต้นกับประสบการณ์สุดเอ็กซ์ตรีมร้องตะโกนให้ก้องป่าแบบทาร์ซานไปกันไปเลย กับการห้อยโหน Zip Line ข้ามน้ำตก เป็นจุดวัดใจแจ่ม จา แดม แจ่มว้าวสุดๆ แถมด้วยการปีนหน้าผา ใช้วิชาตัวเบาเดินบนสะพานไม้เล็กๆ เชื่อมระหว่างต้นไม้ใหญ่ พอตกกลางคืน พักค้างแรมกันบนบ้านต้นไม้ (Gibbon Experience) ชั้นล่างเป็นห้องน้ำกลางป่า ได้บรรยากาศธรรมชาติไปแบบเต็มอิ่มไปเลยจ้า

ตาดแซป่องไล และตาดแซพะ อันซีนแห่งลาวใต้ ตั้งอยู่กลางป่าในแขวงอัตตะปือ ห่างจากเมืองปากเซ ประมาณ  120 กิโลเมตร  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการยุบของแผ่นดิน ทำให้มีปริมาณน้ำไหลมาผ่านลงด้านล่างเป็นกำแพงม่านน้ำที่อลังการสุดๆ

ปราสาทวัดพู สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 11-13 มีอายุมากกว่า 1,000 ปี ในปี ค.ศ. 2001 องค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกค่า สถาปัตยกรรมแบบเขมร ก่อสร้างจากหินทราย และอิฐ บริเวณรอบ ๆ ปราสาทแวดล้อมไปด้วยภูเขา และป่าไม้สีเขียวสดตลอดทั้งปี อ่านต่อ