เดอะเพิร์ลกาตาร์ (The Pearl Qatar)

เดอะเพิร์ลกาตาร์ (The Pearl Qatar) ที่มาของชื่อมาจาก การที่อดีตกาตาร์เคยมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ค้ามุกของเอเชีย และหนึ่งในแหล่งดำน้ำหามุกที่สำคัญของกาตาร์ก็คือทำเลของเดอะเพิร์ลกาตาร์ในปัจจุบันนั่นเอง

เกาะที่สร้างด้วยฝีมือมนุษย์ยาวกว่า 4 ตารางกิโลเมตรนี้ ถูกสร้างขึ้นด้วยการถมทะเล มีผังลักษณะคล้ายไข่มุก แบ่งออกเป็น 12 เขตด้วยกัน แต่ละเขตจะมีสถาปัตยกรรมที่มีสไตล์แตกต่างกันออกไป

ความพิเศษของที่นี่คือเป็นที่แรกในกาตาร์ที่ชาวต่างชาติสามารถเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ได้ด้วย! เดอะเพิร์ลกาตาร์ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท ยูไนเต็ด ดีเวลล็อปเม้นท์ คอมปะนี (United Development Company) วางแผนโดยบริษัทสถาปัตยกรรม และการออกแบบคอลลิสัน (Callison) โดยเกาะนี้ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งเวสท์เบย์ ลากูน ประมาณ 350 เมตรนี่เอง

เดอะเพิร์ลกาตาร์จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวตัวท็อปของกาตาร์ ยืนหนึ่งในเรื่องความสง่างาม เก๋ไก๋สไลเดอร์ ในบรรยากาศกินชิลล์ๆ ท่องเที่ยวชิคๆ กลางแจ้ง จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ชายฝั่งของชาวอาราเบียน (Arabian Riviera)  อ่านต่อ

พระราชวังมัณฑะเลย์ สักการะพระพุทธมหามุนี (Mandalay Royal Palace and The Mahamuni Buddha)

พระราชวังมัณฑะเลย์ เป็นพระราชวังแห่งสุดท้ายที่สร้างโดยราชวงศ์พม่า สร้างขึ้นตามพระประสงค์ของ กษัตริย์มินตันมิน (King Mindon Min) ผู้ก่อตั้งเมืองมัณฑะเลย์ ในปี ค.ศ. 1857 พระราชวังแห่งนี้เดิมสร้างขึ้นจากไม้สักทั้งหมด ถูกล้อมรอบด้วยขอบรั้วยาวกว่า 2 กิโลเมตรรอบด้าน มีป้อมปราการทั้งหมด 48 ป้อม ประตูกำแพง 12 บานประจำแต่ละราศี รอบกำแพงมีคูน้ำขนาดกว้าง 60 เมตร ในช่วงปี ค.ศ. 1885

พระราชวังมัณฑะเลย์ ถูกยึดครองจากชาวอังกฤษป้อมปราการจึงถูกดัดแปลงให้เข้ากับกองทัพของอังกฤษ แต่ปัจจุบันนี้ป้อมปราการที่ถูกบูรณะแล้วถูกใช้โดยกองทัพทหารพม่า รวมถึงสวนโดยรอบก็เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้

ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังถูกเผา และโจมตีโดยระเบิดทำให้เกิดความเสียหายหนัก อาคารดั้งเดิมที่ยังเหลืออยู่มีเพียงโรงกษาปณ์หลวงและหอนาฬิกา ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ.ศ 1990 ได้มีการบูรณะตามการออกแบบเดิมแต่ใช้คอนกรีตแทนไม้สัก

อาคารบรมพระราชวังนั้นมีมากกว่า 10 อาคาร ภายในจะมีจอแสดงภาพฉายในตู้โชว์กระจกให้เห็นบัลลังก์ รวมถึงสิ่งประดิษฐ์ในยุคสมัยก่อนสงครามโลกหลายชิ้นที่ถูกนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์อังกฤษ รวมทั้งห้องต่างๆ อ่านต่อ

หุบเขาไทหลู่เก๋อ (Taroko Gorge)

หุบเขาไทหลู่เก๋อ (Taroko Gorge) หรือที่คนไทยหลายๆ คนเรียกกันติดปากว่า หุบเขาทาโรโกะ ที่ได้ถูกจัดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ มีชื่อเรียกว่า อุทยานแห่งชาติไทหลู่เก๋อ (Taroko National Park) มีพื้นที่กว้างกว่า 1,200 ตารางกิโลเมตร และภูเขาที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,400 เมตร มีขนาดใหญ่กินพื้นที่ 3 จังหวัดของประเทศไต้หวัน ได้แก่ จังหวัดฮัวเหลียน  ไทจง และหนันโถว “ไทหลู่เก๋อ” หมายถึง ความวิเศษและงดงาม เป็นชื่อที่มีต้นกำเนิดมาจาก Truku ชนเผ่าอะบอริจินที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

หุบเขาไทหลู่เก๋อนี้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติจากแรงชนของเปลือกโลกอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเป็นภูเขาสูงและมีขนาดหลายกิโลเมตร มีพื้นผิวเป็นหินแปร เช่น หินอ่อน หินไนส์ และ หินชีสต์ ทำให้เกิดพื้นผิวที่มีสีนวลจึงทำให้ถูกเรียกว่า ภูเขาหินอ่อน หรือ Marble Mountain

ในอุทยานจะมี Visitor Center ที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ และประวัติของไทหลู่เก๋อให้ได้ศึกษากันคร่าวๆ ก่อนจะได้ไปสัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติด้วยตาตัวเอง เช่น เส้นทางเดินชมธรรมชาติ Xiaozhuilu สะพาน Cimu สะพานแขวนที่ตั้งพาดขนาบไปกับแม่น้ำสายหลักของไทหลู่เก๋อนั่นก็คือ แม่น้ำหลี่วู ที่ขึ้นชื่อเรื่องความงามของสายน้ำสีเขียวดั่งมรกต ที่ไหลผ่านเคียงคู่ไปกับหุบเขาไทหลู่เก๋อ เส้นทางหุบเขาลึกลับ หรือที่เรียกว่า Mysterious Valley Trail อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง (National Palace Museum)

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง (National  Palace  Museum) ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ หรือของสะสมของจักรพรรดิ์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ งานศิลปะตั้งแต่สมัยยุคหินจนถึงยุคสมัยใหม่ จำนวนกว่า 700,000 ชิ้น มีอายุราวๆ 8,000 ปี นอกจากชิ้นงานหรือวัตถุต่างๆ จะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานแล้ว การก่อตั้งของพิพิธภัณฑ์เองก็ยังมีประวัติที่น่าสนใจมาก

เริ่มต้นตั้งแต่การสร้างพระราชวังโบราณขึ้นมานั้นก็เพื่อเก็บของสะสมที่ได้มาจากพระราชวังในสี่สมัย ได้แก่ ราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ชั่วคราวในทุกๆ วันเสาร์และวันอาทิตย์เวลาบ่ายโมงจนถึงหกโมงเย็น อ่านต่อ

อุทยานแพนด้ายักษ์ (Giant Panda Pavilion)

อุทยานแพนด้ายักษ์ ที่นี่เป็นสวนสัตว์ย่อมๆ ตั้งอยู่ในสวน Seac Pai Van Park บริเวณเชิงเขาในเกาะโคโลอานค่ะ มีโซนการจัดแสดงสัตว์ที่หาชมยากหลายชนิดตามธรรมชาติ เช่น กอริลล่า นกฟลามิงโก้ และไฮไลท์คือเจ้าแพนด้ายักษ์ สัตว์ประจำถิ่นของจีนนั่นเอง

โซนจัดแสดงแพนด้ายักษ์ที่มีชื่อว่าไคไคกับซินซิน มีพื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร คล้ายสวนสัตว์ขนาดเล็ก มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมือนกับอยู่ในป่าจริงๆ มีทั้งพื้นที่ในร่มและกลางแจ้ง ออกแบบให้อยู่กันอย่างสะดวกสบายและเหมาะกับนิสัยของแพนด้า เช่น พุ่มไม้ ร่มไม้ ก้อนหิน ชานพัก ถ้ำ รวมถึงการติดตั้งหลังคาแบบโปร่งแสง เพื่อให้แพนด้ารู้สึกเหมือนได้อยู่ในบรรยากาศจริงของป่า และถ้าจะถ่ายรูปต้องงดใช้แฟลชนะคะ ถ้าใครรบกวนแพนด้าก็จะมีพี่รปภ.มาเตือนค่า

นอกจากนี้ยังมีศูนย์ข้อมูลแพนด้ายักษ์ของมาเก๊าและร้านของที่ระลึกน่ารักๆ ตั้งอยู่ภายในอุทยานด้วย มีห้องวิดีโอมัลติฟังก์ชั่นและพื้นที่จัดกิจกรรมและนิทรรศการเพื่อให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับหมีแพนด้ายักษ์ เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลย อ่านต่อ

รูปปั้นศักดิ์สิทธิ์เจ้าแม่กวนอิม (Kun Iam Ecumenical Centre)

รูปปั้นศักดิ์สิทธิ์เจ้าแม่กวนอิม สีทองขนาดใหญ่ ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมทะเล มีความสูงกว่า 20 เมตร สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ ตั้งอยู่บนฐานดอกบัว 16 กลีบ ใต้ฐานดอกบัวแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นที่ 1 คือห้องสำหรับประชุมหรือจัดเลี้ยงและเคาน์เตอร์ของที่ระลึก ชั้นที่ 2 เป็นห้องนั่งสมาธิและห้องสมุดเล็กๆ ที่ได้รวบรวมคำสอนต่างจากพุทธศาสนาเอาไว้ รวมถึงบริการอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์สื่อมีเดียสำหรับเสริมความรู้ต่างๆ อีกมากมาย

ซึ่งทางการโปรตุเกสได้สร้างรูปปั้นแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นของขวัญที่ส่งมอบแผ่นดินมาเก๊าคืนให้กับจีนค่ะ เป็นการผสมผสานระหว่างงานปั้นของพระแม่มารี ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นพระพักตร์ของเจ้าแม่กวนอิม แต่ชุดยังเป็นแบบจีนโบราณดั้งเดิม ออกมาได้สวยงามอ้อนช้อยมากๆ ค่า โดยได้รับการสนับสนุนการสร้างจากยูเนสโกเพื่อเป็นหลักฐานแห่งวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกและตะวันตกอีกด้วย อ่านต่อ

ประตูอินเดีย (India Gate)

ประตูอินเดีย มีชื่อเดิมคืออนุสรณ์สถานเหล่าสงครามในอินเดีย (All-India War Memorial) หรือชื่อทางการว่า อนุสรณ์สถานนิวเดลี (Delhi Memorial) ประตูนี้ตั้งอยู่ที่กรุงนิวเดลี (New Delhi) ของอินเดีย ตัวอนุสาวรีย์ทำจากหินทราย

สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้เหล่ากองทัพทหารบริติชอินเดียที่เสียชีวิตกว่า 70,000 นาย ในสงครามครั้งที่ 1 ช่วงปี ค.ศ. 1914–1921

และหากเดินเข้าไปดู อ่านต่อ

เซนาโด สแควร์ (Senado Square)

เซนาโด สแควร์ จตุรัสใจกลางเมืองมาเก๊า เป็นย่านฮอตฮิตและฮิตฮอต ที่รายล้อมไปด้วยตึกรามบ้านช่องและสถาปัตยกรรมสไตล์โปรตุเกสผสมผสานกับวัฒนธรรมจีน แตกต่างแต่ลงตัว

ที่ย่านนี้เค้ามีกฎไม่ให้ร้านต่างๆ ตกแต่งหรือต่อเติมอาคารได้เองตามใจชอบนะคะ ถ้าอยากปรับเปลี่ยนซ่อมแซมอะไรต้องแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐฯ ก่อน จึงทำให้ตึกต่างๆ ยังอยู่คงสภาพแบบสไตล์ดั้งเดิมอยู่นั่นเอง โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 3,700 ตารางเมตร เป็น 1 ใน 4 จัตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของมาเก๊า และในปี 2005 ยังถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ด้วยนะจ๊ะ บอกเลยว่าไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดา  อ่านต่อ

อุเอโนะ (Ueno Park)

อุเอโนะ เป็นสวนสาธารณะเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกในกรุงโตเกียว และครองใจผู้คนมากว่า 100 ปีเลยทีเดียวค่ะ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่เลิศมาก บรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยที่เที่ยวให้เดินชมกันทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ

เริ่มต้นที่วัดคันเอจิ (Kaneiji Temple) อันเก่าแก่ ที่หลงเหลืออยู่จากสงครามในยุคเอโดะ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1616  ถือเป็นวัดที่เฟื่องฟูและใหญ่มากที่สุดในสมัยนั้นเลย

ต่อมาคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ จะมีการจัดแสดงศิลปะจากฝั่งยุโรปและผลงานต่างๆ ที่มีชื่อเสียงของโลก, พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จัดแสดงเกี่ยวกับ อ่านต่อ

จัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์ (Kathmandu Durbar Square)

จัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งที่ทุกคนพร้อมใจกันมาชมความงดงามกันไม่ขาดสายเลยค่า อยู่ด้านหน้าพระราชวังเก่าของอดีตราชอาณาจักรกาฐมาณฑุ ใช้เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์เนปาล

ภายในประกอบไปด้วยวัดและปราสาทอันเก่าแก่ มีสถาปัตยกรรมและงานฝีมือของช่างชาวเนวาร์อายุหลายร้อยปี แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชาวเนปาล เช่น วัดตะเลชุ (Taleju Temple) สร้างโดยกษัตริย์มเหนทรา มัลละ (King Mahendra Malla), วัดจากกานนาถ (Jagannath Temple), รูปสลักของกษัตริย์ประตาปมัลละ (Statue of King Pratap Malla), พิพิธภัณฑ์เหรียญ (Coin Museum) และพิพิธภัณฑ์ตริภูวัน (Tribhuvan Museum) เป็นต้น โดยจัตุรัสแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1980 อ่านต่อ