น้ำตกพาเจริญ

น้ำตกพาเจริญ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงาม ด้วยชั้นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อยถึง 97 ชั้น ท่ามกลางป่าที่อุดมสมบูรณ์

พื้นที่เป็น ภูเขาสูงสลับซับซ้อนเป็น แหล่งต้นน้ำลำธาร และยังเป็นต้นกำเนิดของห้วยแม่ละเมา  ชื่อของน้ำตกตั้งตามชื่อของ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นผู้พบน้ำตกคนแรกนามว่า สหายพา ต่อมาชาวบ้านเข้ามาอาศัยในพื้นที่บริเวณนี้

จนเกิดเป็นชุมชนที่เจริญขึ้น จึงต่อคำว่าเจริญท้ายชื่อน้ำตกเป็นน้ำตกพาเจริญ นอกจากนี้ยังมีเรียกน้ำตกนี้อีก ชื่อหนึ่งว่า น้ำตกร่มเกล้า 97 ชั้นufa ตัวน้ำตกตั้งอยู่ริมทางหลวงไม่ไกลจากเมืองแม่สอด จึงเป็นจุดที่นิยมแวะมาท่องเที่ยวและพักผ่อนของนักท่องเที่ยว

พระมหาธาตุรัชมงคลเจดีย์สิริชัยภูมิ

พระมหาธาตุรัชมงคลเจดีย์สิริชัยภูมิ หรือ พระธาตุชัยภูมิ ตั้งอยู่อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ประดิษฐานอยู่ ณ วัดอรุณธรรมสถาน บนเนินสูงของภูแลนคาเป็นที่บรรจุพระธาตุ มีอาคารและสิ่งก่อสร้างที่มีศิลปทางสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มองเห็นวิวแบบพาโนรามารอบทิศที่สดชื่นสบายตา  ที่นี่ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ผู้คนที่สนใจในการฏิบัติธรรมเข้ามาปฏิบัติธรรม เนื่องจากว่าเป็นวัดที่สงบ บรรยากาศร่มรื่นและเต็มไปด้วยธรรมชาติ

ทางขึ้นไปยังพระธาตุผ่านบันไดนาคสีขาวที่มีลวดลายปูนปั้นที่งดงาม ผ่านซุ้มประตูสุดอลังการสีขาวที่มีลวดลายที่งามไม้แพ้กัน

มาถึงด้านบนเป็นลานกว้าง บรรยากาศรอบเจดีย์ทิวทัศน์กว้างไกล สงบ ลมเย็นมาก ตรงกลางคือ พระธาตุเจดีย์สีขาว ยอดพระธาตุเป็นสีทองคำอร่าม รูปแบบของพระเจดีย์นั้นเป็นศิลปะล้านนาผสมผสานกับศิลปะแบบล้านช้าง ซึ่งด้านบนพระธาตุนั้นมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปยืนสีทองอร่ามอยู่ทั้ง 4 ทิศ

ภายในพระธาตุประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ด้านในมีจิตรกรรมฝาผนัง และการประดับประดาบุษบกที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่งดงามมาก บริเวณผนังทั้งสี่ด้านมีพระพุทธรูปขนาดเล็กรอบผนังเยอะมาก

บริเวณรอบพระเจดีย์มีวิหารราย ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะหลากหลายสมัย ทั้งเชียงแสน อู่ทอง สุโขทัย ล้านช้าง ufabetมีทางเดินออกไปสู่ลานระเบียงซึ่งเป็นจุดชมวิว มีพระพุทธรูปสีขาวปางประธานพร ประดิษฐานอยู่ตรงกลางระเบียงสวยงามโดดเด่น เป็นจุดให้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและเขียวขจีของจังหวัดชัยภูมิ

ทุ่งดอกหงอนนาค

ทุ่งดอกหงอนนาค ปราจีนบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสวนศักดิ์สุภา รีสอร์ท อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี  เป็นรีสอร์ทที่ให้บริการล่องแก่งหินเพลิงที่ขึ้นชื่อมาช้านาน ซึ่งทางรีสอร์ทได้นำดอกหงอนนาคมาปลูกไว้จนกลายเป็นทุ่งดอกหงอนใหญ่  ปีนี้ 2562 บานสะพรั่งเต็มที่แล้ว โดยเริ่มเบ่งบานตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนไปจนถึงประมาณพฤศจิกายน

แปลงดอกไม้จัดทำเป็นทางเดินเล็กๆ ไว้ให้ได้สัมผัสดอกไม้แบบใกล้ชิด แต่ข้อความระวังพยายามสัมผัสดอกไม้ให้เบาที่สุด และไม่ควรเด็ดกลับบ้าน  ช่วยกันถนอมให้เพื่อนๆ คนอื่นด้วยค่ะufabet

สนุกสนานกับการถ่ายภาพ เป็นการถ่ายภาพกับดอกไม้ที่มีความสุขและสนุกสนานมาก เราสามารถแทรกตัวเข้าไปถ่ายภาพกับดอกไม้ได้หลายจุด ตามทางเดินที่ทางรีสอร์ทได้จัดทำไว้

ตึกแดง

ตึกแดง ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ บริเวณท่าเรือแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ ใกล้กับคุกขี้ไก่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 พร้อมกับคุกขี้ไก่ ลักษณะเป็นตึกชั้นเดียว สีแดง หลังคามุงกระเบื้อง สร้างด้วยอิฐถือปูน กว้าง 7 เมตร ยาว 32 เมตร เดิมทาสีแดง จึงเรียกว่า “ตึกแดง”

ภายในแบ่งออกเป็น 5 ห้องมีประตูเปิดถึงกันหมด มีระเบียงทั้งสองข้างตามแนวยาว  เป็นอาคารที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2436 หรือ ร.ศ. 112 ในบริเวณป้อมพิฆาตข้าศึก โดยรื้ออิฐจากป้อมมาสร้าง เพื่อใช้ตึกนี้เป็นกองรักษาการณ์ และที่พักของทหารที่ รักษาปากน้ำแหลมสิงห์

ในครั้งนั้นฝรั่งเศสได้แผ่อิทธิพลครอบครองญวนและเขมร และหาเหตุรุกรานไทยโดยอ้างว่า ดินแดนฝั่งซ้ายของ แม่น้ำโขงคือ อาณาจักรลาวเกือบทั้งหมด รวมทั้งแคว้น 12 จุไท เคยเป็นของญวนและเขมรมาก่อน จึงถือโอกาสเข้ายึดครองทำสงครามสู้รบ กับไทย ครั้งนั้นไทยต้องจ่ายค่าเสียหาย 4 ล้านบาท ก่อนจ่ายค่าเสียหาย ฝรั่งเศสจึงยึดจันทบุรีไว้ ตั้งแต่ พ.ศ.2436-พ.ศ.2446 ufaจากวิกฤตการณ์ครั้งนั้นทำให้ไทยต้องสูญเสียดินแดนอาณาจักรลาวเกือบทั้งหมด รวมทั้ง 12 จุไทด้วย

รัชกาลที่ 5 ทรงดำเนินการคานอำนาจเช่น ทรงแสวงหามิตรประเทศที่เป็นมหาอำนาจการยุโรป เช่น รัสเซีย เยอรมนี เพื่อคานอำนาจกับ ฝรั่งเศส รวมทั้งการเสด็จเยือนประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพระราชกรณียกิจของพระองค์ได้สร้างความประทับใจแก่ฝรั่งเศสเป็น อย่างมาก ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 ตึกแดงได้รับการบูรณะเพื่อใช้เป็นอาคารห้องสมุดและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนของอำเภอแหลมสิงห์และเลิก ใช้ไป จนกระทั่งในปัจจุบันตึกแดงเปิดให้ นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าชม เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30

การเดินทาง  จาก อ.เมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ไปทาง อ.ขลุง จนถึงบริเวณสถานวิจัยพืชสวนจันทบุรี ให้เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3149 ตรงไปจนเกือบสุดถนน คุกขี้ไก่อยู่ทางขวามือก่อนถึงท่าเรือข้ามฟาก จากคุกขี้ไก่ไปอีกประมาณ 200 ม. ตึกแดงอยู่ทางซ้ายมือ ใกล้กับท่าเรือ

หาดสมิหลา

หาดสมิหลา สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงของสงขลา อยู่ในเขตเทศบาลเมือง หาดสมิหลามีโขดหินขนาดย่อมยื่นลงทะเล หาดทรายขาวละเอียดมากที่เรียกว่า “ทรายแก้ว” มีป่าสนร่มรื่น

จากหาดสมิหลาสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของ เกาะหนูเกาะแมว จนมีคำกล่าวว่าใครมาเยือนสงขลาแล้วไม่มาเยือนสมิหลาก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลา มีสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงรูปปั้น นางเงือกทอง โดยรอบบริเวณได้จัดสวนหย่อม ไว้ดูร่มรื่นเหมาะเป็นที่นั่งพักผ่อนยามเย็น เมี่อมองออกไปในทะเลจะเห็น เกาะหนู เกาะแมวอันเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่ง

หาดสมิหลาเป็นชายหาดที่มีบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับมาพักผ่อนชมวิว มีชายหาดต่อเนื่อง กัน เรียกว่าแหลมสนอ่อน อยู่เลยหาดสมิหลาไปทางตะวันตก ช่วงของแหลมสนอ่อนจะยาวไปจนถึงสันเขื่อนในทะเล

หาดสมิหลา สามารถสัญจรไปมาได้สะดวก ทั้งรถส่วนตัวและรถโดยสารขนาดเล็ก ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากอำเภอหาดใหญ่มากนัก (ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร) มีโรงแรมที่พักตั้งอยู่ที่บริเวณแหลมสมิหลา และบริเวณใกล้เคียง มากมาย มีร้านจำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม และของที่ระลึก
มีกิจกรรมทางน้ำมากมาย บานาน่าโบ๊ต เจ็ตสกี แล่นเรือใบนอกจากนี้ยังสามารถลง เล่นน้ำทะเลได้สะดวกเพราะ เป็นชายหาดที่ไม่ลาดชัน และจะมี ยามรักษาการณ์จากเทศบาลเมืองสงขลาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย
นิยายนางเงือกทอง
นางเงือกทอง เป็นเรื่องในนิยายปรัมปราของไทยโบราณ ซึ่งขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) เป็นผู้เล่าไว้ ในวันดีคืนดี นางเงือกจะมานั่งหวีผมบนชายหาดด้วยหวีทองคำ กระทั่งวันหนึ่งมีชายชาวประมง เดินผ่านมาทำให้นางเงือกตกใจ รีบหนี ลงทะเล ไปโดยลืมหวีทองคำไว้
ชาวประมงเห็นดังนั้น ก็เก็บหวีทองคำไว้และเฝ้าคอยนางเงือกที่หาดนั้นเสมอ แต่นางเงือกก็ไม่เคยปรากฏ กายให้เห็นอีกเลย สำหรับ “นางเงือกทอง” ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2509 ufaในท่านั่งหวีผม หล่อขึ้นด้วยบรอนซ์รมดำ โดยฝีมือการออก แบบ ปั้น และหล่อ โดยอาจารย์จิตร บัวบุศย์ ด้วยเงิน 60,000 บาท(ในสมัยนั้น) โดยใช้เงินจากงบประมาณของเทศบาลสงขลา
ตำนานเกาะหนู เกาะแมว
มีพ่อค้าชาวจีนผู้หนึ่งคุมเรือสำเภาเดินทางมาค้าขายระหว่างจีนกับสงขลาเป็นประจำ วันหนึ่งพ่อค้าผู้นี้ได้ซื้อหมากับแมว ลงเรือไป เมืองจีนด้วย หมากับแมวอยู่บนเรือนานๆเกิดความเบื่อหน่ายจึงปรึกษาหาวิธีการที่จะ กลับบ้าน หมากับแมวได้ทราบว่าพ่อค้ามีดวงแก้ว วิเศษที่ ทำให้ไม่จมน้ำ แมวจึงคิดอุบายโดยให้หนูไปขโมยแก้ววิเศษของพ่อค้ามา และหนูขอหนีขึ้นฝั่งไปด้วย ทั้งสามว่ายน้ำหนีลง จากเรือโดยที่หนูอมดวงแก้วเอาไว้ในปาก ขณะนั้นหนูนึกขึ้นได้ว่าถ้าถึงฝั่ง หมากับแมวคงจะแย่งเอาดวงแก้วไปจึงคิดที่จะหนี ฝ่ายแมวซึ่งว่ายตามหลังมาก็คิดเช่นกัน จึงว่ายน้ำรี่ไปหาหนู หนูตกใจว่ายน้ำหนีไม่ทันระวังตัว ดวงแก้ววิเศษที่อมไว้จึงตกลงจม หายไปในน้ำ หนูและแมวต่างก็หมดแรงจมน้ำตายกลายเป็นเกาะหนูเกาะแมวอยู่ที่อ่าวหน้าเมือง ส่วนหมาตะเกียกตะกายว่ายน้ำไป จนถึงฝั่งและสิ้นใจตายด้วยความเหน็ดเหนื่อยกลายเป็นหินบริเวณเขาตังกวนอยู่ริมอ่าวสงขลา ดวงแก้ววิเศษที่หล่นจากปากหนูแตก ละเอียดกลายเป็นหาดทรายแก้วอยู่ทางด้านเหนือของแหลมสน

ย่านเก่าวังกรด

ย่านเก่าวังกรด ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ห่างจากจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 6 กิโลเมตร ในอดีตมีความรุ่งเรื่องด้านการค้าขายอย่างมาก

เนื่องจากเป็นจุดตัดทางการคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำ  จนเป็นศูนย์กลางการค้าขายแห่งใหญ่ของพิจิตรufabet  ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ประกอบอาชีพค้าขายมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ต่อมาความเปลี่ยนแปลงทางการคมนาคมและระบบซื้อขายแบบสมัยใหม่ ทำให้เศรษฐกิจของตลาดวังกรดซบเซาลงอย่างรวดเร็ว

ทำให้ลูกหลานชาวตลาดส่วนใหญ่ไปหางานทำนอกพื้นที่ บางร้านเลิกกิจการไป หรือย้ายไปเปิดกิจการในตัวเมืองพิจิตร แต่ก็ยังคงเหลือไว้ซึ่งร้านค้าที่ดำเนินกิจการต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อดีต แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใดย่านเก่าวังกรดยังคงสามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตและให้ความทรงจำแก่ผู้ที่ผ่านมาที่แห่งนี้ได้ ผ่านสถาปัตยกรรมเรือนแถวไม้เก่าแก่

อีกทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวของย่านเก่าวังกรด ข้าวของเครื่องใช้ที่เคยใช้ในอดีตยังมีให้เห็นและยังถูกใช้งาน  แม้ว่าจะยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญในตลาดวังกรด เช่น ศาลเจ้าพ่อวังกลมซึ่งเป็นศาลที่ชาวบ้านให้ความเคารพ  บ้านหลวงประเทืองคดีผู้ที่ริเริ่มและให้การสนับสนุนการสร้างตลาด    โรงหนังมิตรบรรเทิง  สถานีรถไฟวังกรด เป็นต้น  

ภาพความน่ารักของชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นคนเฒ่าคนแก่ใจดียิ้มแย้มแจ่มใสทักทายตลอดที่เดินในชุมชน ย่านเก่าวังกรดก็นี้ยังเต็มไปด้วยความผูกพันและอยู่ในความทรงจำ

บ้านรักไทย

บ้านรักไทย หมู่บ้านที่โอบล้อมไปด้วยทิวเขา แมกไม้ที่อุดมสมบูรณ์  ในยามเช้าจะได้สัมผัสบรรยากาศโรแมนติก ชมไอหมอกลอยเหนืออ่างเก็บน้ำ   พักผ่อนยังที่พักที่แสนสะดวกสบายกลางไร่ชา อย่างเช่น ลีไวน์รักไทย รีสอร์ท ชมวิถีชีวิตของชาวจีนยูนนาน  ชิมชาหลากสายพันธุ์  และทานอาหารจีนยูนนานรสชาติดี  อาหารขึ้นขื่อ เช่น ขาหมูหมั่นโถว ยำใบชาเห็ดหอมทอด ไก่ดำตุ๋นยาจีน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ เหมาะสำหรับหลีกหนีความวุ่นวายมาพักผ่อน ค้นหาความเงียบสงบ

ที่พัก >> ลีไวน์รักไทย รีสอร์ท   คือ เหตุผลที่ทำให้ฉันมีความคิดที่จะเดินทางกลับไปสัมผัสอากาศหนาวและบรรยากาศแบบจีนยูนนานที่บ้านรักไทยอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้แวะมาเกือบ 10 ปี ufaอยากไปสัมผัสที่พักสวยบรรยากาศดีกลางไร่ชาที่ตอนนี้กำลังฮิตเหลือเกิน

การเดินทางไปบ้านรักไทยครั้งนี้เหมือนได้กลับไปรื้อฟื้นบรรยากาศเก่าๆ ก่อนนั้นบ้านรักไทยมีเพียงบ้านดินจีนยูนนานที่เป็นจุดขายและเอกลักษณ์  แทบไม่มีที่พักอยู่ในละแวกนี้แต่ในปัจจุบันนี้จะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนกันน่ะอยากจะเห็นด้วยตัวเองแล้วละสิ

หลังจากพักผ่อนเก็บสัมภาระก็มาเดินเล่น ชิมชา ไปตามเส้นทางถนนในบ้านรักไทยไปเรื่อยๆ เพราะที่นี่ถือว่าโดดเด่นเรื่องชาไม่น้อย และแน่นอนสิ่งที่โดดเด่นอีก 1 เรื่อง คือ เมนูอาหารจีนยูนนาน ยอดฮิต ขาหมูหมั่นโถว ไก่ดำตุ๋นยาจีน เห็ดหอมนึ่งซีอิ๋ว  ยำใบชา และอีกหลายเมนูที่พร้อมเสริฟ  ที่บ้านรักไทยมีร้านอาหารให้บริการหลายร้าน

ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารของรีสอร์ทซึ่งตอนนี้มีอยู่หลายแห่งให้เลือกพัก ฉันเลือกทานอาหารที่ร้านอาหารของลีไวน์ รักไทย รีสอร์ท โดยสั่งเป็นชุดใหญ่ 1400 บาท ทานได้ 10 คน มีกับข้าวประมาณ  6 อย่าง และมีที่สั่งเพิ่มเองบ้าง รสชาติอาหารของที่นี่บางเมนูสำหรับฉันถือว่าธรรมดา หรืออาจเพราะอาจไม่คุ้นเคยในรสชาติก็ได้

นาข้าวขั้นบันไดน่าน

นาข้าวขั้นบันไดน่าน เป็นโครงการปิดทองหลังพระ ตั้งอยู่ใน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริจัง ซึ่งจังหวัดน่าน เป็นจังหวัดนำร่องสืบสานแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

โดยแนวทาง ของโครงการ ก็คือufabet เริ่มต้นด้วยการลดการใช้พื้นที่ป่า แสวงหาวิธีปลูกข้าวแบบใหม่ โดยนำวิธีการทำนาขั้นบันไดบนพื้นที่ ภูเขา แทนข้าวไร่ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน

โดยเน้นให้ชาวบ้านคิดเอง แต่ภาครัฐจะเข้าไปให้ความรู้เพื่อหาต้นแบบที่เหมาะสม ในการแก้ปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าใน พื้นที่ป่าต้นน้ำ โครงการที่นี้ไม่ใช่แค่ขุดนาขั้นบันไดอย่างเดียว ยังรวมไปถึง การสร้างบ่อกักเก็บน้ำ ฝาย การปลูกถั่วเหลือง รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ด้วย

ดอยขุนสถาน

ดอยขุนสถาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน อยู่ในเขตพื่นที่ อำเภอนาน้อย จังหวัน่าน เป็นหนึ่งในแหล่งอุทยานแหล่งชาติ เขตรักษาพันธุืสัตว์ป่า มีบรรยาศสดชื่น และมัวิวทิวทัศน์สวยงาม

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ ในท้องที่ อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน

ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าไม้ชนิดต่างๆ ufa คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง สัตว์ที่พบเห็นได้แก่สัตว์จำพวก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ นก ปลา แมลงชนิดต่าง

ชมทัศนียภาพสองข้างทาง มีทะเลหมอกในช่วงเดือนตุลาคม – เดือนกุมภาพันธ์ และในช่วงเดือนมกราคม ต้นนาง พญาเสือโคร่ง จะออกดอกบานสะพรั่ง

พิพิธภัณฑ์จันเสน

พิพิธภัณฑ์จันเสน จังหวัดนครสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ชื่อดังของจังหวัด ตั้งอยู่ภายในวัดจันเสน แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เมืองโบราณจันเสน เมืองโบราณยุคทวารวดีที่สำคัญ เต็มไปด้วยโบราณวัตถุที่ค้นพบในท้องถิ่น ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นลำดับต้นๆ ของประเทศไทย

ที่นี่เป็นเมืองโบราณที่มีการสันนิษฐานว่าอยู่ในสมัยทวารวดี โดยเป็นเมืองโบราณที่มีคูเมืองเป็นเนินดินโดยรอบ รูปสี่เหลี่ยม มุมมนจนเกือบเป็นวงกลมและล้อมรอบคูเมืองซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตรเอาไว้ โดยคูเมืองนั้น มีความยาวประมาณ 800 เมตร กว้าง 700 เมตร และเนื่องจากบริเวณนี้มีลักษณะเป็นเนินสูงกว่าพื้นที่รอบนอก ชาวบ้านจึงนิยมเรียกกันว่า “โคกจันเสน”

ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุมากมาย ทั้งประเภทดินเผา ได้แก่ พระพิมพ์ ตุ๊กตาดินเผา ตะเกียง ประเภทที่ทำด้วยหิน ได้แก่ ฐานบัว ธรรมจักร ขวานหินขัดที่ทำด้วยโลหะตุ้มหูทำด้วยตะกั่วหรือดีบุก ufabetใบหอกสำริดปัจจุบันโบราณวัตถุเหล่านี้ “พิพิธภัณฑ์จันเสน”

ตั้งอยู่ในพระมหาธาตุเจดีย์จันเสน ภายในบริเวณวัดจันเสนนั่นเอง พระมหาธาตุเจดีย์จันเสนนั้นเกิดจากดำริของพระครูนิสัยจริยคุณ หรือ “หลวงพ่อโอด” ที่ปรารถนาสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางชุมชน โดยในการออกแบบพัฒนาจากลักษณะสถูปสมัยทวารวดี มีการใช้รายละเอียดของลวดลายทางสถาปัตยกรรมในสมัยทวารวดี และยังมีคำจารึกที่ฐานพระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันสน ให้ผู้สนใจได้อ่านประวัติความเป็นมาด้วย พระมหาธาตุเจดีย์องค์นี้โดยประกอบด้วยส่วนที่สำคัญต่าง ๆ