วนอุทยานปราณบุรี

วนอุทยานปราณบุรี คือโครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มีเส้นทางให้เดินศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนเป็นระยะทางยาวกว่า 1,000 เมตร เพียงก้าวแรกที่เราได้เดินเข้าสู่ผืนป่าโกงกางร้อยปีแห่งนี้ ไอแดดร้อนๆ ของหาดปราณบุรี ซึ่งเป็นหาดที่อยู่ด้านหน้าของวนอุทยานก็คล้ายจะหายวับไป ไม่น่าเชื่อเลยว่าความร่มรื่นของผืนป่าโกงกางจะทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในโลกที่มีแต่ธรรมชาติ

วนอุทยานปราณบุรี เป็นศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน มีหาดทรายสะอาด ร่มรื่นตามแนวสนทอดยาวอยู่ทางด้านตะวันออกของ อุทยานฯ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเล เกาะสิงห์โต เขาตะเกียบและเขาเต่าได้

เดิมเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยกำหนดพื้นที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า คลองคอย มีพื้นที่ประมาณ 1,984 ไร่ ประกอบด้วย ป่าชายเลน และมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ป่า ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็นวนอุทยานมีพื้นที่ 700 ไร่ อยู่ในความดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตเพชรบุรี

เป็นสะพานไม้ยกระดับทอดยาวไปโดยรอบ มีทางเดินสะดวก สามารถเที่ยวชมและศึกษาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด บริเวณทางเดินได้ติดป้ายบอกความหมายตลอดเส้นทางที่ยาว 1,000 เมตร มีท่าเรือขนาดเล็กเชื่อมกับสะพานทางเดินฯ ซึ่งเป็นจุดที่พักเรือ สามารถทำกิจกรรมล่องเรือ สัมผัสกับความงามของธรรมชาติและศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนทางน้ำ มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดและรวมทั้งชมวิถีชีวิตชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลอง ราคาประมาณ 400 บาท (8 คน) ใช้เวลา 40 นาที

วัดสวนหลวงสบสวรรค์

วัดสวนหลวงสบสวรรค์ ตั้งอยู่ในเกาะเมืองด้านทิศตะวันตก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (บริเวณกรมทหารเก่า) สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดให้จัดพระราชพิธี

ทำพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระอัครมเหสี พระสุริโยทัย ที่ในสวนหลวง ภายในวัดสบสวรรค์ แล้วโปรดให้สร้างพระอารามขึ้นตรงพระเมรุ มีเจดีย์สูงใหญ่สี่เหลี่ยม ทรงย่อไม้มุมสิบสอง บรรจุพระอัฐิสมเด็จพระสุริโยทัย พระอารามที่โปรดให้สร้างขึ้นที่สวนหลวง กับวัดสบสวรรค์ จึงรวมเรียกว่า ” วัดสวนหลวงสบสวรรค์ ” อ่านต่อ

วัดสะพานสูง

วัดสะพานสูง ตั้งอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด มีชื่อเดิมว่า วัดสว่างอารมณ์ สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อเพราะในคราวที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหารเสด็จไปตรวจวัดสว่างอารมณ์ทอดพระเนตรเห็นสะพานสูงในวัด ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันว่า วัดสะพานสูง จนติดปาก จึงพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดสะพานสูง มาจนทุกวันนี้

ประวัติวัดสะพานสูง วัดสะพานสูง เดิมชื่อ วัดสว่างอารมณ์ เป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองพระอุดม อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เรื่องราวที่พอจะสืบทราบได้ ก็จะเป็นในสมัยของหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม(อ่านว่า ปะ-ฐะ-มะ-นาม) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส

ในขณะนั้น (จากการสอบถามผู้เฒ่า ผู้แก่ แถวนั้น ได้ความว่า วัดสะพานสูงน่าจะเป็นวัดเก่าแก่สร้างมาก่อนยุคของหลวงปู่เอี่ยม) ซึ่งประวัติของวัดสะพานสูง ก่อนหน้านั้น ไม่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน สภาพโดยทั่วไป ในวัดสะพานสูงยุคนั้น มีสภาพเก่าทรุดโทรม แสดงถึงความเก่าแก่ อายุของโบราณวัตถุ โดยเฉพาะสะพานสูงบริเวณหน้าวัด ส่วนอุโบสถ

สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๓๙๗ โดย หลวงพิบูลย์สมบัติ ทางหลวงปู่เอี่ยม ได้ปรารภถึงความชำรุดทรุดโทรม ของถาวรวัตถุภายในวัด ทางหลวงพิบูลย์สมบัติ จึงยินดีช่วยเหลือ โดยการบอกบุญ แก่ผู้ที่ใจบุญสุนทาน จึงได้ร่วมกันสร้างพระอุโบสถ และจัดสร้าง ศาลาการเปรียญ ในปี พุทธศักราช ๒๔๓๑ อ่านต่อ

วัดนารายณิการาม

วัดนารายณิการาม วัดที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “วัดเหล มีความเกี่ยวพันกับประวัติความเป็นมาของเมืองตะโกลาซึ่งเชื่อกันว่า คือชื่อเดิมของเมืองตะกั่วป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักฐานที่ระบุถึงการเผยแผ่วัฒนธรรมของอินเดียมาสู่ภูมิภาคนี้ จากวัตถุโบราณมากมายที่ค้นพบ โดยเทวรูปจำลองของพระนารายณ์ พระลักษมณ์ และนางสีดา ที่ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญเลยทีเดียว

สิ่งที่น่าสนใจ คือ เทวรูปพระนารายณ์จำลองและโบราณวัตถุ (ปัจจุบันองค์จริงได้เก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง จังหวัดภูเก็ต) พระนารายณ์องค์นี้เป็นศิลปะอินเดียแบบปัลละวะตอนปลาย อันเป็นรูปแบบที่นำเข้ามาทางภาคใต้พร้อมกับวัฒนธรรมอินเดียในช่วง พ.ศ.1100-1300

นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนของเทวรูปต่างๆ เช่น พระกรซ้ายของพระลักษมณ์ ชิ้นส่วนชายผ้าทรงพระนารายณ์ และรูปศิวลึงค์ทำด้วยศิลา ซึ่งคาดว่าเป็นของชาวอินเดียที่มียศศักดิ์สูง ใช้พกติดตัวเพื่อบูชา โดยพบที่วังเวียง (ระหว่าง ต.เหล และ ต.ท่านา) ซึ่งเชื่อว่าเป็นเมืองแรกของตะกั่วป่า อ่านต่อ

วิกหัวหิน

วิกหัวหิน เป็นศิลปะสถานเพื่องานศิลป์และการละครแห่งใหม่ ของประเทศไทยท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของหัวหิน มีโรงละครวิกหัวหิน ซึ่งเป็นโรงละครในร่มขนาด 300 ที่นั่ง สร้างแบบสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์น ที่พร้อมด้วยระบบเทคนิค และแสงสีเสียงที่ได้มาตรฐานระดับสากล มี “โดมดอกไม้”

ซึ่งเป็นโรงละครกลางแจ้ง มีโครงสร้างเหล็กดัดก่อตัวขึ้นเป็นรูปโดมที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม พื้นที่นี้จะใช้ในการแสดง หรือจัดทำเป็นสถานที่จัดเลี้ยง มินิคอนเสิร์ต หรือสาธิตการแสดงรูปแบบต่างๆ ก็ได้

อีกทั้งมี “ลาน Promenade” เป็นลานเอนกประสงค์ ที่พร้อมรองรับความคิดสร้างสรรค์อันหลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการไม่ว่าจะเป็นการแสดง กีฬากลางแจ้ง งานแสดงสินค้า ออกกำลังกายเป็นหมู่คณะ นิทรรศการศิลปะเชิงประติมากรรม

“วิกหัวหิน” ที่มาของชื่อนี้มาจากคำว่า “วิก” เป็นคำที่คนไทยเคยใช้เรียกโรงมหรสพ หรือโรงละคร “วิกหัวหิน” จึงสื่อความหมายว่า เป็นโรงมหรสพ หรือโรงละครที่ตั้งอยู่ในหัวหินนั่นเอง ด้วยพื้นที่กว่า 30 ไร่ “ครูเล็ก” (คุณภัทราวดี มีชูธน)

ได้สร้างสรรค์ให้ที่นี่เป็นศิลปะสถานเพื่องานศิลป์และการละครแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เกิดขึ้นจากความตั้งใจ และทุ่มเท โดยมุ่งหมายให้เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรม ทั้งการแสดง การละคร และงานศิลปะ อ่านต่อ

วัดสนามเหนือ

วัดสนามเหนือ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์หลังขุดคลองลัดเกร็ด เดิมชื่อวัดสนาม เมื่อพม่าบุกยึดนนทบุรีวัดก็กลายเป็นวัดร้างจนได้ตั้งเป็นวัดใหม่เมื่อ 24 มี.ค.2372 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ 12 เม.ย. 2412

วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำลัดเกร็ด มีสถานที่น่าสนใจคือ โบสถ์วัดสนามเหนือ, ลานพระพุทธรูปใต้ต้นโพธิ์และพระพุทธรูปปางเกศธาตุหรือพระพุทธรูปปางตะเบ๊ะ ที่มีอายุมากกว่า 400 ปีที่ได้นำออมาจากวิหารเก่าเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มากราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

ภายในวัดติดกับแม่น้ำเกาะเกร็ดสามารถโดยสารเรือที่ท่าน้ำวัดสนามเหนือไปยังเกาะเกร็ดได้ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ บริเวณวัดจึงมีของขายมากมายเหมือนตลาดขนาดย่อม

วัดสนามเหนือ ตั้งอยู่เลขที่ ๒๔ บ้านคลองลัดเกร็ด ถ.สุขาสงเคราะห์ ม.๓ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี สันนิษฐาน ว่าสร้างหลังขุดคลองลัดเกร็ด พ.ศ.๒๒๖๕ พร้อมวัดปากอ่าว(วัดปรมัยฯ) เดิมชื่อ “วัด สนาม”

พ.ศ.๒๓๐๗ พม่าบุกยึดนนทบุรีวัดก็กลายเป็นวัดร้าง ตั้งวัดใหม่เมื่อ ๒๔ มี.ค.๒๓๗๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ ๑๒ เม.ย.๒๔๑๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาพระราชทานผ้ากฐินหลวง

วัดรามัญในนนทบุรี ๔ วัด วัดสนามก็อยู่ใน ๔ วัดนี้ด้วย เจ้าอาวาส พระครูสุนทรพิพัฒนกิจ(อาจารย์ ขนฺติโก บุญขาน หินนท์) อุปสมบทเมื่อ ๒๙ พ.ค.๒๕๑๔ อ่านต่อ

วัดหน้าพระบรมธาตุ

วัดหน้าพระบรมธาตุ อยู่ติดถนนราชดำเนิน ตรงกันกับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เลขที่ 514 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของ จังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ 1800 ได้รับพระราชทานวิสุงคาสีมาเมื่อ พ.ศ 2470

โดยมีเจ้าอาวาสที่พอทราบได้ คือ 1. พระครูกาแก้ว (บุญศรี) 2. พระศรีธรรมราชมุนี (หมุ่น อิสฺสโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช. 3. พระธรรมนาถมุนี (ใส ถาวโร) อดีตผู้ช่วยเจ้าคณะภาค ๑๖. 4. พระครูวิมลนวการ (เผ้ง ทิฏฺฐธมฺโม นามสกุล กาฬกาญจน์) 5. พระปริยัติวโรปการ (หมุ่น ปุณฺณรโส)) เปรียญ ๖ ประโยค 6. พระครูกาชาด (เจียม กิตฺติสาโร) 7.พระครูอดิสัยธรรมศาสก์ ( ชอบ อติเมโธ)เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

ในหนังสือตำนานพระธาตุ เขียนไว้ว่า รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯ วัดหน้าพระบรมธาตุ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2441 เพื่อทอดพระเนตรที่พักพระครูเทพมุนี (ปาน) ต่อมาเมื่อปี 2520 สมเด็จพระสังฆราช ได้เสด็จวัดหน้าพระบรมธาตุ เพื่อทรงสรงน้ำศพ พระครูวิมลนวการ ความสำคัญของวัดหน้าพระบรมธาตุ อยู่ที่การเรียนภาษาบาลี

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2467 พระศรีธรรมราชมุนี (หมุ่น) เปิดโรงเรียนสอนภาษาบาลีขึ้นเป็นแห่งแรกในปักษ์ใต้ที่วัดนี้ จนถึงปี 2470 ได้ผลิตมหาเปรียญชาวปักษ์ใต้ได้สำเร็จ 3 รูป แล้วผลิตต่อเรื่อยมาอีกจนได้หลายร้อยรูป เปรียญ 3 รูปแรก ของวัดหน้าพระบรมธาตุ คือ พระมหาหมุ่น พระมหาวรรณ และสามเณรชื่น อ่านต่อ

วัดหรงบน

วัดหรงบน คำนี้เป็นที่สงสัยกันมากว่าหมายความว่าอย่างไร บางคนว่าเป็นชื่อต้นไม้ แต่ผู้เขียนว่าเป็นคำเพี้ยนมาจากคำว่า หงษ์ มากกว่า เนื่องจากว่าวัดบริเวณแถบนี้ทุกวัดจะมีร่องรอยเสาหงษ์

เป็นซากเสาไม้ให้เห็นอยู่หลายวัด เมื่อมีการสำรวจวัดปี 2497 นับเป็นครั้งแรกของการบันทึกอาจมีการบันทึกผิด จะเพี้ยนเพราะสำเนียงพูดหรือการเขียนหนังสือไม่เก่งของคนสมัยโน้น ก็พอคิดได้ว่าชื่อหรงบนคำว่า หรง อาจเพี้ยนมาจากคำว่า หงษ์ เป็นได้ ส่วนคำว่า บน

เนื่องจากใกล้ๆวัดหรงบนประมาณห้าร้อยเมตรยังมีวัดอีกวัดหนึ่งชื่อวัดกลาง(วัดคงคาวดี)ถัดไปอีกประมาณหนึ่งกิโลเมตรครึ่งก็มีอีกวัดชื่อวัดล่าง(วัดหงษ์แก้ว) เมื่อดูชื่อวัดทั้งสามวัดแล้ววัดหรงบนชาวบ้านก็เรียกวัด บน อยู่เป็นประจำ จึงเป็น วัดบน วัดกลาง วัดล่าง ลำดับบนล่างนั้นชาวบ้านนับเอาลำคลองสายหนึ่งที่ใหลผ่านวัดทั้งสาม วัดหรงบนอยู่บนสุด วัดกลาง(คงคาวดี)อยู่กลาง วัดหงษ์แก้วอยู่ล่างสุด

มีบันทึกไว้ในหนังสือประวัติวัดจังหวัดนครศรีธรรมราชว่าตั้งเมื่อ พ.ศ.2114 ยังไม่มีวิสุงคามสีมา มีคำบอกเล่าต่อๆกันมาว่าได้ย้ายมาจากวัดสระหนองหอย(เป็นที่รกร้างมีแต่ซากอิฐเก่าๆให้เห็น)มาตั้งใหม่เป็นวัดหรงบน

ไม่ปรากฏลำดับเจ้าอาวาส มีแต่คำบอกเล่าว่า ในอดีตมีพระเถระเป็นสมภารผู้ตั้งวัดและได้เก็บอัฏฐิใส่ไว้ในพระประธานที่ศาลาการเปรียญ3องค์ชื่อว่า สมภารทองปาน สมภารทองหอม สมภารทองห่อ อ่านต่อ

ศูนย์ OTOP สำนักงานไปรษณีย์สุราษฎร์ธานี

ศูนย์ OTOP สำนักงานไปรษณีย์สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งรวมสินค้า OTOP แล้วของดีเมืองสุราษฎร์ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกได้ที่นี่

จังหวัดสุราษฎร์ธานี เตรียมเปิดร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน “ประชารัฐ สุขใจ SHOP” ส่งเสริมสินค้าพื้นเมืองและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว

นายนิพนธ์ หนูแป้น หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนร่วมกับภาคีเครือข่าย เตรียมเปิดร้านค้าจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้ชื่อ “ประชารัฐ สุขใจ SHOP”

ซึ่งในส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานีกำหนดเปิดดำเนินการ 2 แห่ง คือ ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ทักษิณออยส์ หมู่ที่ 3 ตำบลคลองไทร อำเภอท่าฉาง และปั๊มน้ำมัน ปตท. ทรัพย์ประสิทธิ์ธุรกิจ หมู่ที่ 3 ตำบลเขาวง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเน้นจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ในชุมชน รวมทั้งสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อ่านต่อ

อนุสรณ์สถานบ้านช่องช้าง

อนุสรณ์สถานบ้านช่องช้าง ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศที่ เป็นพื้นที่ราบลุ่มสลับกับพื้นที่ราบและเชิงเขา เป็นอนุสรณ์สถานแห่งแรกในภาคใต้ ดำเนินการโดย กลุ่มเพื่อนสุราษฎร์ ทั้งในชนบทและในเมือง ในเบื้องต้นได้จัดตั้งเป็น กองทุนอนุสรณ์สถานบ้านช่องช้าง

หลังจากการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย ได้ยุติลงด้วยเหตุผลหลายประการเมื่อ พ.ศ. 2525 และด้วยเหตุผลหนึ่ง ของการใช้วิธีแนวภายใต้นโยบาย 66/2523ในรัฐบาล พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บรรดามวลมิตรสหายเขตงานสุราษฎร์ธานีและเขตงานในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนรวมทั้งสหายปัญญาชนได้แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพตามสภาพ

แต่ด้วยความผูกพันและความรักร่วมอุดมการณ์ที่ได้รับหล่อหลอมมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ด้วยดวงจิตที่ไม่เคยแปรเปลี่ยน หวั่นไหวไปตามกระแสเมืองแต่ละคนไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ (10 ปี ต่อมา ) เมื่อปี พ.ศ. 2535 ณ บ้านเหนือคลอง อ.เวียงสระ มิตรสหายที่เคยร่วมใช้ชีวิตในป่าเขา ครั้งเมื่อแต่ก่อนปี 2508 และมิตรสหายจากในเมือง

ได้เดินทางมาพบปะเยี่ยมเยือนกันเป็นครั้งแรก เมือปี พ.ศ. 2537 ได้ขุดกระดูกมิตรสหายได้จำนวนหนึ่ง และมีการจัดงานบำเพ็ญกุศล ขึ้นที่วัดพระอินทร์ อ.ดอนสัก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2539 ได้ออกแบบและก่อสร้างอนุสรณ์สถานการณ์ครั้งแรกขึ้น ณ บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านช่องช้าง ตำบลพรุพี มีสภาพเป็นฐานปูน สูงประมาณ 1.50 เมตร อ่านต่อ