ตลาดน้ำต้นก้ามปู

ตลาดน้ำต้นก้ามปู ชาวพิษณุโลกสองแควมีชีวิตผูกพันกับสายน้ำมาตลอด 800 ปี นอกจากจะใช้แม่น้ำเดินทางในยามศึกแล้วยังใช้ลำน้ำน่านในการอยู่อาศัยและเป็นเส้นทางค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างเมืองกันมาโดยตลอด โรงแรมชินะปุระ ขนมจีนต้นก้ามปู เล็งเห็นถึงความผูกพันที่งดงามระหว่างผู้คนและสายน้ำ

โดยจัดสถานที่เพื่อย้อนเวลากลับไปให้ชาวสองแควได้สัมผัสถึงบรรยากาศ การทำมาค้าขายริมน้ำ จึงได้สร้างตลาดน้ำต้นก้ามปูแห่งนี้ขึ้น ริมคลองโบราณที่ไม่มีชื่อสายนี้และได้สืบค้นหาชื่อคลองในหลายๆ แห่ง แต่ไม่พบชื่อ แต่ด้วยคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่เล่าต่อๆ กันว่า ด้านหลังบ้านคลองลงมาทางใต้เป็นที่เลี้ยงช้างของเมืองสองแควเดิม อ่านต่อ

จุดชมวิวผาพญากูปรี

จุดชมวิวผาพญากูปรี แหล่งท่องเที่ยวใหม่บนหน้าเทือกเขาพนมดงรักชายแดนไทย กัมพูชา อ.ภูสิงห์ ศรีสะเกษ ชมทัศนียภาพต้นกำเนิดห้วยสำราญ กั้นระหว่างจังหวัดศรีสะเกษ-สุรินทร์

ที่บริเวณถนนสายบ้านแซรไปร์-ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พล.ต.สนธยา ศรีเจริญ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้เดินทางมาเยี่ยมชมจุดชมวิวพญากูปรี แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 4 กิโลเมตร อ่านต่อ

วัดผาลาด (สกทาคามี)

วัดผาลาด อยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ปุย โดยมีพื้นที่ที่กันออกจากอุทยานแห่งชาติตามพระราชกฤษฎีกา ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ การที่ได้ชื่อว่า “ผาลาด” นั้น สันนิษฐานว่าคงมาจากลานหินที่กว้างและลาดลงเป็นทางยาว มีธารน้ำที่ไหลลงน้ำตกที่สวยงาม

ในเอกสารของ วัดผาลาด ในการเชิญร่วมทำบุญบูรณะวัดผาลาดได้อ้างตำนานพระเจ้าเลียบโลกไว้ว่า ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ยังดินแดนแห่งนี้ ได้มาเทศนาโปรดชาวลัวะใต้ต้นบุนนาค จากนั้นทรงเสด็จไปทางทิศตะวันออก ทอดพระเนตรเห็นลานหินในลำธาร ทรงประทับนั่ง ทอดพระเนตรและรำพึงว่าเมืองนี้จะเป็นมหานครใหญ่ ศาสนาของพระตถาคตจะมารุ่งเรืองมั่นคงที่เมืองนี้ จากนั้นก็ประทับรอยพระบาทลงบนหินก้อนหนึ่งให้เทวดาไปเก็บรักษาไว้ในถ้ำ และรอยพระบาทนี้จะปรากฏออกมาเมื่อถึงกาละเวลาอันควร นอกจากนี้วัดผาลาดยังมีประวัติศาสตร์ร่วมกับพระธาตุดอยสุเทพอีกด้วย

ในตำนานพระธาตุพระมหาธาตุเจ้าสุเทพ เชียงใหม่ กล่าวไว้ว่า เมื่อพระสุมนเถระรับอาราธนานิมนต์จากพระญากือนา ได้ตั้งศาสนาไวัที่วัดพระยืน นครหริภุญไชยแล้ว ก็มาอยู่ที่วัดสวนดอก โดยพระญากือนาได้สร้างถวายไว้ยังบริเวณสวนดอกไม้พะยอมของพระองค์ พระสุมนเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุจากสุโขทัยมายังเชียงใหม่ และเมื่อครั้งนั้นพระบรมสารีริกธาตุแสดงปาฏิหาริย์แตกออกมาเป็นองค์ย่อยๆ หลายองค์ ส่วนหนึ่งได้ประจุไว้ในพระธาตุวัดสวนดอก

อีกส่วนหนึ่งในตำนานมูลศาสนากล่าวว่าได้ไปประดิษฐานไว้ที่เมืองตาก โดยให้เมืองตากเป็นเมืองกลางที่คนล้านนาและสุโขทัยต่างเดินทางไปนมัสการพระธาตุได้โดยเสรี หลังจากที่เมืองตากขึ้นกับล้านนาในสมัยพระญาฅำฟูเป็นต้นมา อีกส่วนหนึ่งพระญากือนาก็ตั้งจิตอธิษฐานหาสถานที่อันจะตั้งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

โดยให้ช้างเผือกนำพระบรมสารีริกธาตุเสี่ยงทายสถานที่อันจะตั้งพระบรมสารีริกธาตุ ช้างเผือกเดินทางมายังทิศตะวันตก แล้วไปหยุดอยู่ยังสถานที่หนึ่ง จึงบอกให้ช้างนอน ช่างก็ไม่นอน แล้วเดินทางต่อไป สถานที่แห่งนั้นเรียกว่า ดอยช้างนูน ต่อมาเรียกว่าดอยหมากหนุน (บริเวณนี้ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของเอกชน)

จากนั้นช้างก็เดินทางต่อไปยังยอดดอยที่หนึ่ง มีสัณฐานราบเสมอกัน ก็กราบนบพระธาตุ ๓ ที ว่าจะของตั้งพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่แห่งนี้ ช้างก็หยุดอยู่ที่นั้น ผู้คนจึงเรียกที่แห่งนั้นว่า “๓ ยอบ” ต่อมาเรียกใหม่เป็น “๓ ยอด”แล้วช้างเดินทางต่อไปจนถึงยอดดอยสุเทพ ในเอกสารของทางวัดกล่าวว่า ช้างมงคลมาหยุดพักยังที่แห่งนี้ก่อนที่จะขึ้นสู่ดอยสุเทพ

บางสำนวนก็เล่าว่า มาถึงจุดนี้คนที่ติดตามมา ลื่น หรือภาษาล้านนาเรียกว่า “ผะเลิด” จึงเรียกว่า ผาลาด ก็มี จากจุดนี้ขึ้นไป จะเป็นทางที่ชันมาก วัดผาลาดจึงเหมาะอย่างยิ่งทีจะเป็นจุดพัก และเป็นจุดพักครึ่งทางในการเดินขึ้นดอยสุเทพพอดี

ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวว่าในปี พ.ศ.๑๙๘๑ ในสมัยพระญาสามฝั่งแกน ตอนรบศึกกับพระญาไสยลือไทยแห่งสุโขทัยนั้น พระญาไสยลือไทยได้มาตั้งทัพอยู่ที่เวียงเจ็ดลิน และได้เดินทางมาสระผมถึงดอยผาลาดหลวงแห่งนี้ด้วย ในปี พ.ศ.๒๔๖๙ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ คราที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีได้เสด็จขึ้นดอยสุเทพ ในระหว่างเสด็จลงนั้น ทรงแวะประทับร้อนที่ผาลาด

ด้วยวัดผาลาดเป็นจุดแวะพัก ระหว่างทาง สิ่งสำคัญที่เห็นได้ชัดนอกจากสภาพพื้นที่อันกว้างขวางแล้ว ยังมีบ่อน้ำไว้สำหรับดื่มอีกด้วย การขุดบ่อน้ำริมน้ำห้วยนี้นับว่าเป็นการกรองน้ำจากลำห้วยอีกทอดหนึ่ง ด้วยไม่นิยมดื่มน้ำจากลำห้วยโดยตรง ในเอกสารของทางวัดกล่าวว่า บ่อน้ำนี้มีการสร้างทับซ้อนกันหลายยุคหลายสมัย นอกจากนี้ยังโบราณสถานที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งนั่นคือพระพุทธรูปบริเวณหน้าผา

ในเอกสารทางวัดกล่าวว่า พระพุทธรูปแต่เดิมเป็นศิลปะเชียงแสน และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อยู่องค์หนึ่ง นามว่า พระไล่กา หรือ ภาษาล้านนาเรียกว่า “พระเจ้าเกิด็กา” ว่าเป็นพระพุทธรูปไล่กาไม่ให้บินไปยังดอยสุเทพ และดอยสุเทพจึงมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่าดอยกาละ ส่วนพระพุทธรูปหน้าผานี้ เมื่อมีการบูรณะโดยช่างชาวพม่าก็มีการบูรณะเป็นศิลปะแบบพม่าไป รวมถึงอาคารที่ครอบพระพุทธรูปนี้ไว้ โดยเรียกว่า ศาลาชมศิลป์ พระเจ้าเกิด็กา

ได้กล่าวไว้ใน “ค่าวฮ่ำตำนานดอยสุเทพเจ้า” อ่านต่อ

วัดคันธาพฤกษา

วัดคันธาพฤกษา ดั้งเดิมวัดแห่งนี้เป็นอาศรมตั้งอยู่เชิงเขาห่างจากหมู่บ้านราวๆ 300 เมตร เมื่อปี 2468…จากนั้นก็ย้ายมาตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน แต่เดิมมีถนนผ่านด้านทิศเหนือเท่านั้น แต่ปัจจุบันความเจริญมากขึ้นก็มีถนนตัดผ่านด้านทิศใต้ของวัด

ที่มาชื่อ “วัดคันธาพฤกษา” ชาวบ้านเอาฉายาของครูบาอินสม คนฺธรโส ท่านเป็นผู้ริเริ่มสร้างขึ้นบนที่ดินของพี่สาวท่าน และอยู่ท่ามกลางพฤกษา คือป่าเขาลำเนาไพร จึงมีชื่อว่า “วัดคันธาพฤกษา แม่กำปอง”

“วิหารไม้สักทอง” ในส่วนของหลังคาได้ชื่อว่าอยู่บนที่สูงสุดของขุนเขา อากาศเย็นชื้นตลอดทั้งปี จึงถูกปกคลุมด้วยมอสสีเขียวเต็มทั้งหลังคา อย่างสภาพที่เห็นดูสงบเย็นสบายใจ อ่านต่อ

วัดลอยเคราะห์

วัดลอยเคราะห์ เดิมชื่อว่า วัดร้อยข้อ (วัดฮ้อยข้อ) สร้างขึ้นในสมัยพระยากือนา (พ.ศ. 1910-1931 ) แต่ร้างไปนานจนกระทั่งเมื่อชาวบ้านฮ่อมมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นี่ จึงได้สร้างวัดขึ้นใหม่เพื่อเป็นศูนย์กลางของชุมชน เรียกว่าวัดลอยเคราะห์ จากการเป็นวัดที่มีชุมชนตั้งอยู่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทำให้วัดได้รับการบูรณะจากชุมชนเสมอมา วัดลอยเคราะห์ได้รับการบูรณะใหม่ เมื่อเร็วๆนี้เอง (พ.ศ. 2550-2551) เจ้าอาวาสกล่าวว่า อ่านต่อ

น้ำตกวังควาย

น้ำตกวังควาย เป็นน้ำตกที่เหมาะในการลงเล่นน้ำในสายน้ำที่เย็นฉ่ำไหลเซาะลดเลี้ยวตามลานหินขนาดใหญ่ ลดหลั่นเป็นชั้น พื้นน้ำเป็นทรายเม็ดเล็กละเอียด

อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่มาตามถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 58 ก่อนถึงตลาดจอมทองเลี้ยวขวาขึ้นไปตามถนนจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ระยะทางประมาณ 9.7 กิโลเมตร

น้ำตกวังควาย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ่านต่อ

น้ำตกวชิรธาร

น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำไหลตกลงมาในปริมาณที่มาก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย น้ำตกวชิรธารอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ น้ำตกวชิรธารเกิดจากลำห้วยแม่กลาง ที่มีต้นกำเนิดอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ น้ำตกวชิรธารเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมีหน้าผาสูง ตัวน้ำตกมี 1 ชั้น น้ำเบื้องบนไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ด้วยความสูงของน้ำตกถึง 70 เมต

แต่เดิมมีชื่อว่า น้ำตกตาดฆ้องโยง ภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่ตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ส่วนด้านตรงข้ามของน้ำตกวชิรธาร จะมีหน้าผาสูงชันมีชื่อว่า ผามอแก้ว หรืออีกชื่อหนึ่งที่คนท้องถิ่นนิยมเรียกว่า ผาแว่นแก้ว น้ำตกวชิรธารอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 750 เมตร เป็นน้ำตกที่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว hightlight ของดอยอินทนนท์ ที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวไม่ควรที่จะพลาดการมาชมความงดงามของน้ำตก และเล่นน้ำตกที่นี่ น้ำตกวชิรธาร อ่านต่อ

สวนรุกขชาติห้วยแก้ว

สวนรุกขชาติห้วยแก้ว ตั้งอยู่ข้างสวนสัตว์เชียงใหม่ ที่นี้เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้นานาชนิดไว้ให้นักท่องเที่ยว และชาวเมืองได้ศึกษาหาความรู้ ซึ่งสวนแห่งนี้คือสถานที่ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นสวนรุกขชาติ และสวนสาธารณะไปด้วยในตัว

จากประวัติความเป็น สวนรุกขชาติห้วยแก้ว จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2456 สำหรับเป็นที่ทดลองปลูกไม้สีเสียดแก่น ต่อมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพในบริเวณนี้และได้ตัดเอาไม้สีเสียดแก่นไปใช้ ในภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 กรมป่าไม้จึงได้ทำการปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆขึ้นมาทดแทน และได้จัดตั้งเป็นสวนพฤกษศาสตร์ แต่ด้วยข้อจำกัดพื้นที่ที่มีขนาดเล็กเกินไป ภายหลังจึงปรับเปลี่ยนเป็นสวนรุกขชาติขึ้นแทนในปี พ.ศ. 2496

ภายในสวนแห่งนี้จะประกอบไปด้วยพรรณไม้ที่ปลูกมาทั้งตั้งแต่เดิมและปลุกขึ้นภายหลัง และรวมไปถึงพรรณไม้ตามธรรมชาติดั้งเดิม ซึ่งจากการสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2553 พบว่ามีชนิดพันธุ์ไม้ มากกว่า 250 ชนิด 55 วงศ์ และ 159 สกุล วงศ์ที่มีสกุลมากที่สุด คือ LEGUMINOSAE โดยมี 24 สกุล 40 ชนิด ชนิดพันธุ์ไม้ที่มีมากที่สุดคือ พะยอม จำนวน 165 ต้น พรรณไม้เด่นในสวน ได้แก่ ยางนา พะยอม แต่ที่ดูโดดเด่นที่สุดในพื้นที่คือยางนา ซึ่งเป็นไม้เรือนยอดเด่นชั้นที่ 1 กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ มีขนาดความสูง 30-40 เมตร ความกว้างรอบลำต้นโดยมีเส้นรอบวง 150-250 เซนติเมตร อ่านต่อ

จุดชมวิวบ้านม่อนเงาะ

จุดชมวิวบ้านม่อนเงาะ ตั้งอยู่บนดอยม่อนเงาะ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ความสูง 1,425 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สามารถมองเห็นยอดดอยที่สลับและลดหลั่นกันไปไกลสุดตา

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติ และความหนาวเย็น ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและทะเลหมอกที่มีความสวยงามทอดยาวตามหุบเขาระยะทางหลายกิโลเมตร โดยทางด้านทิศตะวันตกจะ เห็นดอยอินทนนท์ ถัดมาทางด้านทิศเหนือจะเป็นดอยฟ้าห่มปกและถัดมาประมาณด้าน ตะวันออกจะเป็นดอยหลวงเชียงดาว ในช่วงเย็นสามารถชม พระอาทิตย์ตกดินบริเวณจุดชมวิวดอยม่อนเงาะได้ ซึ่งเมื่อเทียบกับการไปชมทะเลหมอกสวยๆยังจุดอื่นที่เชียงใหม่ ดอยม่อนเงาะ ถือว่าใกล้ตัวเมืองที่สุด

ดอยม่อนเงาะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกำเนิดใหม่ เริ่มเปิดตัวราวปี พ.ศ. 2555 นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกๆ ตั้งฉายาให้กับดอยม่อนเงาะว่าเป็น “ภูชี้ฟ้าแห่งเชียงใหม่”

เนื่องจากการเดินทางที่ยังไม่สะดวกเท่าที่ควร พื้นถนนยังมีสภาพเป็นดินลูกรังบวกกับทางขึ้นเขาไต่ความชัน ช่วงเข้าถึงดอยม่อนเงาะจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เมื่อสิ้นสุดถนนสำหรับยานพาหนะแล้ว จะพบกับลานโล่งสำหรับจอดรถและกางเต็นท์สำหรับผู้ที่ต้องการพักแรม ณ บริเวณนี้จะต้องเดินเท้าต่อไปยังจุดชมวิวดอยม่อนเงาะอีก 500 เมตร
ยอดดอยม่อนเงาะ มีความสูง 1,425 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ณ จุดนี้ นักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของทิวเขาถนนธงชัยที่สลับซับซ้อนไปมาหลายชั้นหลายแนวเป็นมุมกว้าง 360 องศาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา สามารถชมทะเลหมอกได้ในยามเช้า และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย บนยอดดอยจะมีท่อนไม้เรียงเป็นตัวอักษร “ม่อนเงาะ” อ่านต่อ

ป่าสักงาม

ป่าสักงาม แต่เดิมนั้นบ้านป่าสักงามเป็หมู่บ้าน ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาโดยตลอด กระทั่ง 30 กว่า ปีที่แล้ว พื้นที่ป่ากลับเสื่อมโทรมลง จากการตัดไม้ทำลายป่า

น้ำตกที่เคยไหลอยู่ตลอดทั้งปีก็เหือดแห้งหายไป เหลือแต่ฝุ่นแดง จนเมื่อปี 2536พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ ให้จัดตั้งโครงการพัฒนาพื้นที่ป่าขุนแม่กวง

อันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น บนผืนป่ากว่า 345,000ไร่ ใน 55หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในความดูแลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผืนดินที่เคยแห้งแล้งกลับมาเขียวขจีอีกครั้ง

ชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแผ่นดินหวิด สายน้ำตก ชมป่าซับน้ำ ชมถ้ำสิงห์หินงอกหินย้อย ชมกาดผี ลานหินโล่งกว้าง ดูสภาพหมู่บ้าน ตั้งอยู่บริเวณเหนือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ภูมิประเทศเป็นภูเขา มีที่ราบระหว่างภูเขาไม่มากนัก มีพื้นที่รวมประมาณ 6 หมื่นไร่ สภาพแหล่งน้ำ อ่านต่อ