12 ข้อสำคัญช่วยเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้ได้ผล

การ เพิ่มยอดขายออนไลน์ ถือเป็นเป้าหมายหลักของธุรกิจในทุกระดับไม่ว่าจะเล็ก กลาง หรือใหญ่ และไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจค้าปลีกแบบกิจการครอบครัว หรือทำงานให้กับอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่หลายๆ บริษัท ซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีมากๆ ที่ปัจจุบันมีหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มยอดขายออนไลน์ได้มากขึ้น และสามารถนำไปใช้ได้ทันที โดยเคล็ดลับเหล่านี้บางข้อมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์เฉพาะที่คุณสามารถนำไปใช้ได้

1. ซื่อสัตย์ในการเขียนคำโฆษณาสำหรับการขายของคุณ

เหตุผลก็เพราะว่าคนส่วนใหญ่มักจะชอบอะไรที่ตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่คุณต้องเขียนคำโฆษณาสำหรับสินค้าใดๆ ของคุณก็ตาม ก็ควรคำนึงถึงความซื่อสัตย์มาเป็นอันดับหนึ่ง นั่นก็เพราะความซื่อสัตย์ในคำโฆษณาของคุณเท่านั้นที่มีความสำคัญต่อชื่อเสียงทางธุรกิจของคุณ รวมทั้งยังส่งเสริมและสนับสนุนความเชื่อมั่นในแบรนด์ของคุณทำให้ เพิ่มยอดขายออนไลน์ ได้

2. รับจำนวนคลิกโฆษณาเพิ่มเติมพร้อมส่วนขยายโฆษณา

หากคุณขายสินค้าทางออนไลน์ ส่วนขยายโฆษณานั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดย คุณสมบัตินี้ (มีให้บริการทั้งใน AdWords และ Bing) จะช่วยให้คุณสามารถทำให้โฆษณาของคุณเติบโตขึ้นด้วยการคลิกที่มากขึ้น และไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และเพิ่มอัตราการคลิกผ่านของโฆษณาของคุณ

3. แสดงคำรับรองของลูกค้าและสัญญาณของความน่าเชื่อถือ

กลุ่มลูกค้าที่พึงพอใจนั้นมีอิทธิพลมากกว่าคำโฆษณาที่ดีที่สุด ดังนั้นให้แน่ใจว่าคุณใส่ข้อความรับรองและคำวิจารณ์ที่พุ่งออกมาจากลูกค้าคนสำคัญของคุณเกี่ยวกับความยอดเยี่ยมของแบรนด์คุณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจปรากฏบนหน้าผลิตภัณฑ์ หน้า Landing Page หน้าการกำหนดราคา หรือแม้แต่หน้าแรกของคุณ

ในทำนองเดียวกันการรวมสัญญาณความไว้วางใจอาจเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มยอดขายออนไลน์ เนื่องจากจะเป็นการสร้างการรับรู้ที่ดีขึ้นของตราสินค้าของคุณในใจของลูกค้า และมันก็อาจจะเอาชนะความลังเลใจของพวกเขาได้ หากธุรกิจของคุณมีการรับรองอย่างมืออาชีพ ดังนั้นคุณจึงควรใส่สัญญาณความน่าเชื่อถือเหล่านี้ไว้ด้านหน้าและตรงกลางบนเว็บไซต์ของคุณ และหากคุณมีรายชื่อลูกค้าที่น่าพึงพอใจ ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณได้รับรู้เกี่ยวกับสัญญาณเหล่านี้

4. สร้างความรู้สึกเร่งด่วน

มันเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องมีความซื่อสัตย์และโปร่งใสเกี่ยวกับสิ่งที่คุณเป็นและสิ่งที่คุณทำ แต่มันก็ไม่มีกฎใดๆ ในการสร้างความรู้สึกเร่งด่วนที่จะโน้มน้าวใจลูกค้าให้ซื้อสินค้าหรือบริการจากคุณในตอนนี้ โดยผู้บริโภคหลายคนมักตอบสนองเชิงบวกต่อสิ่งจูงใจที่สร้างความรู้สึกเร่งด่วนตั้งแต่ข้อเสนอพิเศษที่ไวต่อเวลา ไปจนถึงผลิตภัณฑ์รุ่นจำกัด แม้ว่าวิธีการที่คุณจะทำได้สำเร็จนั้นมีความหลากหลายเท่ากับผลิตภัณฑ์ที่คุณสามารถซื้อออนไลน์ได้ ซึ่งกลยุทธ์บางอย่างอาจมีประสิทธิภาพมากกว่ากลยุทธ์อื่น ตัวอย่างเช่น หากคุณไม่ได้สร้างผลิตภัณฑ์รุ่นที่จำกัดเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย คุณอาจเสนอแรงจูงใจทางการเงินให้กับลูกค้าที่กระทำการซื้อทันทีเช่นจัดส่งฟรีหรือมีส่วนลด เป็นต้น นอกจากนั้นใน AdWords คุณยังสามารถใช้เครื่องมือปรับแต่งโฆษณาเพื่อแสดงการนับถอยหลังสำหรับข้อเสนอตามฤดูกาลหรือการขายแบบจำกัดเวลาได้ด้วย

5. เสนอการรับประกันคืนเงินแบบทันท่วงที

บ่อยครั้งที่คุณอาจสังเกตได้ว่าหนึ่งในปัจจัยที่ทรงพลังที่สุดในการตัดสินใจของผู้บริโภคที่จะไม่ซื้ออะไรก็คือ การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วความเสี่ยงที่รับรู้นี้เป็นความเสี่ยงทางการเงิน โดยเฉพาะหากเป็นสินค้าชิ้นใหญ่หรือสินค้าที่มีราคาแพงล่ะก็ ดังนั้นยิ่งคุณถอนความเสี่ยงจากการตัดสินใจของลูกค้ามากเท่าไหร่ โอกาสที่พวกเขาจะซื้อจากคุณก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

6. เสนอทางเลือกที่น้อยลง

สำหรับธุรกิจจำนวนมากแนวคิดนี้อาจไม่สามารถคิดได้ง่ายๆ เพราะการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมถือเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มยอดขาย แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะความเป็นจริงในหลายๆ กรณี ทางเลือกที่หลากหลายนั้นก็สามารถนำไปสู่การไม่แน่ใจในส่วนของโอกาส ซึ่งส่งผลให้ยอดขายที่อาจหายไปได้ ซึ่งหากคุณมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายให้พิจารณาจัดโครงสร้างเว็บไซต์ หรือหน้าผลิตภัณฑ์ของคุณด้วยวิธีที่ให้ผู้เข้าชมเลือกได้น้อยที่สุด สิ่งนี้จะช่วยลดความเป็นไปได้ที่ผู้เข้าชมจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันมากมาย ทั้งนี้คุณสามารถทำได้โดยการจัดเรียงผลิตภัณฑ์ของคุณให้แคบลงเรื่อยๆ หรือคุณอาจให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่น้อยลง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามแต่โปรดจำไว้ว่า ยิ่งคุณมีตัวเลือกมากเท่าใดก็ยิ่งจะมีผลกระทบกับลูกค้าจนทำให้ต้องย้ายฐานไปใช้บริการที่อื่นมากขึ้นเท่านั้น

7. กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกับใน Facebook

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มยอดขายออนไลน์ก็คือ การใช้ข้อมูลที่คุณมีเกี่ยวกับลูกค้าที่มีอยู่ของคุณ เพื่อค้นหาผู้คนที่คล้ายกับพวกเขา โดย Facebook นั้นได้อนุญาตให้คุณทำสิ่งนี้ผ่านการกำหนดเป้าหมายของผู้ชมที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งผู้ชมที่คล้ายกันใน Facebook เป็นผู้ใช้หลักบน Facebook ที่แบ่งปันลักษณะและพฤติกรรมต่อลูกค้าในฐานข้อมูลของคุณ ด้วยการอัพโหลดข้อมูลของคุณไปที่ Facebook ซึ่งจะทำการอ้างอิงข้อมูลของตนเอง เพื่อสร้างการจับคู่ตามเกณฑ์ที่คุณระบุ นอกจากนั้นคุณยังสามารถใช้พิกเซลการติดตามและข้อมูลจากการติดตั้งแอพเพื่อช่วยคุณสร้างกลุ่มเป้าหมายที่เหมือนกันได้ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าปัจจุบันของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะช่วยให้คุณสามารถขยายการเข้าถึงได้อย่างมากด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อยและใช้โฆษณาที่ตรงเป้าหมายเพื่อดึงดูดผู้ใช้ Facebook ที่มีความคล้ายคลึงกับลูกค้าของคุณ

8. ลดแรงเสียดทานในกระบวนการชำระเงิน

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านค้าออนไลน์ในยุคนี้หากต้องการเพิ่มยอดขายก็คือกระบวนการชำระเงินของคุณ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่ออัตรา Conversion ของคุณ เพราะฉะนั้นคุณจำเป็นจะต้องทำให้การชำระเงินของคุณกลายเป็นเรื่องง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับผู้เข้าชมที่จะใช้ และการนำทางเว็บไซต์ของคุณก็ควรจะทำให้มันง่ายขึ้นสำหรับพวกเขาที่จะซื้อสิ่งที่คุณกำลังขาย

9. ให้ตัวเลือกการชำระเงินมากที่สุด

นอกจากกระบวนการชำระเงินจะต้องง่ายดายไม่ซับซ้อนแล้ว ผู้บริโภคต้องมีทางเลือกมากขึ้นกว่าที่เคยในแง่ของการชำระค่าสินค้าและบริการ ด้วยการเสนอทางเลือกในการชำระเงินที่มากขึ้นรวมถึงบริการใหม่ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นบนมือถือ จนทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสที่จะจ่ายเงินให้กับคุณง่ายขึ้น

10. ลงทุนในรูปภาพสินค้าที่มีคุณภาพ

เราก็ต่างทราบกันดีว่า การใช้รูปภาพนั้นส่งผลต่อการจดจำและรับรู้ของผู้อ่านได้มากกว่าการใช้ข้อความเป็นหลายเท่าตัว เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะขายอะไรก็ตาม ควรต้องรวมภาพคุณภาพสูงของผลิตภัณฑ์ของคุณลงในเว็บไซต์ นอกจากนี้คุณก็ต้องแน่ใจว่าได้รวมภาพที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น การรวมช็อตของผลิตภัณฑ์ของคุณจากทุกๆ มุมมอง เป็นต้น

11. กำจัดหน้า Landing Page ของคุณ

แคมเปญแบบโทรออกเฉพาะใน Facebook และ AdWords เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสถานการณ์ที่การลบหน้า Landing Page แบบดั้งเดิมเป็นความสมเหตุสมผล เพราะคนส่วนใหญ่มักไม่ต้องการที่จะใช้เวลาหลายนาทีในการเรียกดูหลายๆ หน้าต่างบนอุปกรณ์พกพา สิ่งที่พวกเขาต้องการก็เพียงติดต่อกับธุรกิจของคุณ ดังนั้นการใช้โฆษณาแบบโทรออกจะทำให้ลูกค้าเป้าหมายเข้าถึงธุรกิจของคุณได้ง่ายขึ้น ขจัดขั้นตอนที่น้อยที่สุดของช่องทางการขายออนไลน์แบบคลาสสิกอย่างสมบูรณ์ และอาจเพิ่มปริมาณการโทรหาธุรกิจของคุณซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งนำที่มีค่าที่สุดสำหรับธุรกิจจำนวนมาก

12. ลองใช้งาน Gmail Ads

หลังจากหลายปีที่ผ่านมากับเบต้า Gmail Ads ในที่สุด Gmail ก็เปิดสิ่งนี้ให้กับทุกคนแล้ว ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีที่น่าตื่นเต้นในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายและเพิ่มยอดขาย โดยหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการใช้โฆษณา Gmail คือการกำหนดเป้าหมายคำหลักของคู่แข่ง ซึ่งผู้ที่อยู่ในตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งของคุณกำลังได้รับอีเมลจากคู่แข่งของคุณ ที่กล่าวถึงข้อกำหนดของแบรนด์ในขณะนี้ ด้วยการกำหนดเป้าหมายคำศัพท์เดียวกัน คุณสามารถแสดงในกล่องจดหมายของพวกเขาและหวังว่าจะเปลี่ยนใจพวกเขาได้

 

รับทำ SEO

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *