ปราสาทบูดา (Buda Castle)

ปราสาทบูดา (Buda Castle) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของกรุงบูดาเปสต์ (Budapest) มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 8 ศตวรรษ เป็นปราสาทที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องตะลึงถึงความใหญ่โตมโหฬาร

ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้สามารถมองเห็นได้ง่าย ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 12 เพื่อป้องกันการถูกรุกรานจากเหล่าศัตรู แต่หลังจากนั้น ปราสาทแห่งนี้ยังโดนทำลายลงและผลัดเปลี่ยนผู้ยึดครองอยู่หลายครั้ง จึงทำให้มีการบูรณะสร้างขึ้นใหม่อยู่เรื่อยๆ

ในปัจจุบันปราสาทบูดามีความยาวกว่า 300 เมตร บริเวณปีกของปราสาทเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฮังการี (Hungarian National Gallery) และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์บูดาเปสต์ (Budapest History Museum)

ด้านหน้าของปราสาทบูดา เราจะมองเห็นแม่น้ำดานูบ (Danube River) และสะพานเชน (Chain Bridge) ขนาดใหญ่ ในยามค่ำคืน เมืองแห่งนี้จะส่องประกายระยิบระยับไปด้วยแสงไฟอันมากมาย เกิดเป็นเงาสะท้อนบนผืนน้ำ

เป็นภาพที่สวยงามเกินบรรยายที่ทุกคนจะต้องไม่พลาดชม ด้วยความน่าหลงใหลและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้ ปราสาทบูดา ได้ รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก (UNESCO World Heritage) ปรบมือรัวๆ

สำหรับคนที่สนใจอยากมาชื่นชมความงดงามของปราสาทแห่งนี้ การเดินทางก็ง่ายนิดเดียวค่ะ แค่ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าคาสเซิลฮิลล์ แล้วไปลงที่จัตุรัส St. George ufabetก็จะสามารถเข้าถึงตัวปราสาทได้เลย

ใกล้ๆ กับ ปราสาทบูดา (Buda Castle) เราจะมองเห็นสะพานเชน (Chain Bridge) เป็นหนึ่งในสะพานที่สวยที่สุดในยุโรปที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ (Danube River) ถือว่าเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของกรุงบูดาเปสต์ (Budapest) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1839 โดยวิศวกรชาวอังกฤษชื่อ William Tierney Clark เป็นสะพานโซ่ขนาดใหญ่แห่งแรกที่เชื่อมระหว่างฝั่งบูดาและฝั่งเปสต์ ซึ่งเหล็กและวัสดุทั้งหมดได้นำมาจากประเทศอังกฤษทั้งสิ้น ที่คอสะพานเชนมีรูปปั้นหินแกะสลักรูปสิงห์โตนอนหมอบอยู่ทั้งสองข้าง ยิ่งยามค่ำคืน สะพานแห่งนี้จะสว่างไสวเรืองรองไปด้วยแสงไฟ มองออกไปจะเห็นวิวทิวทัศน์อันงามตาจนต้องเผลอร้องว้าว! เรือที่สัญจรไปมา และอาคารที่สวยงามเลียบฝั่งแม่น้ำ รับรองว่าเป็นภาพอันน่าประทับใจและงดงามจนแทบจะลืมหายใจแน่นอน

อาคารรัฐสภาฮังการี (Hungarian Parliament) เป็นสภาที่สวยที่สุดในโลกและใหญ่ที่สุดในยุโรป โดดเด่นอยุ่ริมแม่น้ำดานูบบนฝั่งเปสต์ ตัวอาคารเป็นศิลปะแบบนีโอโกธิค ถูกตกแต่งด้วยทองคำถึง 40 กิโลกรัม อัญมณีกว่า 500,000 ชิ้น และมีโครงสร้างตรงกลางเป็นโดมสูง 96 เมตร ใช้เวลาสร้างนานถึง 20 ปี กว่าจะเนรมิตสิ่งก่อสร้างสุดตระการตานี้เสร็จสิ้น

ในการเข้าชม แต่ละรอบจะมีไกด์คอยพาเที่ยวชมรอบๆ อาคาร ภายในมีห้องมากถึง 691 ห้อง ไกด์จะใช้เวลาทัวร์ห้องต่างๆ ประมาณ 50 นาที สำหรับคนที่ตั้งใจจะมาเที่ยวที่นี่ ถ้าไม่อยากแห้ว ขอแนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนนะ เพราะตั๋วที่จำหน่ายในแต่ละวันมีจำนวนจำกัดค่าา

อาคารรัฐสภาฮังการีเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวและเก็บภาพสวยๆ กัน ในช่วงกลางวัน เราก็จะเห็นอาคารที่มีโดมสีแดงตัดกับท้องฟ้าสีคราม ส่วนในเวลากลางคืน แสงไฟจากตัวอาคารจะส่องสว่างออกมา เกิดเป็นเงาสะท้อนบนแม่น้ำดา เห็นแล้วต้องอ้าปากค้างไปตามๆ กัน สวยงามมากจนต้องรีบยกกล้องขึ้นมารัวเก็บภาพกันนิ้วแทบล็อคเชียว

ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและต้องไม่พลาดเมื่อมาเที่ยวกรุงบูดาเปสต์ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1895 เป็นป้อมปราการสีขาวสไตล์นีโอโกธิค ได้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของเหล่าชาวประมงที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองแห่งนี้ไว้ ภายในมีหอสังเกตการณ์ทั้งหมด 7 แห่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนชนเผ่าแม็กยาร์ ป้อมปราการนี้จะตั้งตระหง่านอยู่บนสุดของ Castle Hill ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำดานูบ สะพานเชน และอาคารรัฐสภาฮังการีได้ในแบบพาโนรามาเลยค่ะ ยิ่งเวลากลางคืนนะคะ แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องส่องประกายระยิบระยับ เป็นภาพที่เหนือคำบรรยายสุดๆ

ถ้ากำลังมองหาที่ผ่อนคลายร่างกายหลังเที่ยวชมกรุงบูดาเปสต์มาทั้งวันอยู่ แนะนำให้ไปที่โรงอาบน้ำ Széchenyi Thermal Bath เป็นที่ที่มีสปาน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ประกอบด้วย สระน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ 3 สระ และสระน้ำในร่มอีก 15 สระ น้ำที่ใช้เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดและช่วยปรับระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย เราสามารถเลือกแช่น้ำที่มีอุณหภูมิเหมาะกับตัวเองจากสระต่างๆ ได้ มีกิจกรรมริมสระให้เลือกทำมากมาย เช่น บริการนวดในน้ำ ตกแต่งเล็บเท้า ทรีทเมนท์บำรุงผิวหน้า หรือจะนั่งจิบเบียร์เย็นๆ ชมบรรยากาศโดยรอบก็ไม่ว่ากันอกจากนี้ยังมีห้องอบไอน้ำให้เข้าไปนั่งผ่อนคลายอีกด้วย

ทุกคืนวันเสาร์ในช่วงฤดูร้อน ที่นี่จะจัดปาร์ตี้ริมสระ สามารถมาร่วมดื่มและฟังดนตรีชิวๆ ที่สระน้ำกลางแจ้งพร้อมกับผู้คนอีกหลายร้อยคนที่ไปร่วมสนุกกันได้ เรียกได้ว่าเป็นโรงอาบน้ำที่ครบวงจรจริงๆ เลยนะคะ มีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำไม่รู้เบื่อ

สำหรับการเดินทาง สามารถขึ้นรถโดยสารประจำทางจากใจกลางเมืองมายังสปาได้ภายใน 15 นาที หรือนั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานี Széchenyi fürdö ซึ่งอยู่ข้างสปาพอดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *