ทริคจัดการบ้านและที่ทำงานอย่างลงตัว

ทริคจัดการบ้านและที่ทำงานอย่างลงตัวทริคจัดการบ้านและที่ทำงานอย่างลงตัว

ทริคจัดการบ้านและที่ทำงานอย่างลงตัว น่าจะเป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องงบประมาณและประหยัดเวลาเดินทาง นอกจากนั้น ข้อดีอีกอย่างของโฮมออฟฟิศ คือการที่คุณจะได้ออกแบบบรรยากาศของการทำงานด้วยตัวเอง ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานอีกด้วย แต่หลายคนก็ยังกลัวปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวระหว่างบ้านและที่ทำงาน room จึงขอแนะนำตัวอย่างการจัดการโฮมออฟฟิศ แล้วลองดูว่าแบบไหนที่เหมาะสำหรับธุรกิจและไลฟ์สไตล์ของคุณ

LIVE CREATIVELY

โฮมออฟฟิศแห่งนี้ใช้การจัดทางสัญจรในการแบ่งแยกส่วนพักอาศัยและที่ทำงานออกจากกัน โดยจัดให้ส่วนออฟฟิศอยู่บนชั้นสอง ผู้มาติดต่อสามารถขึ้นบันไดจากทางเข้าหลักขึ้นไปชั้นบนได้เลยโดยไม่ต้องผ่านส่วนรับแขก และหากจะขึ้นสู่ห้องนอนบนชั้นสาม ก็ต้องผ่านระเบียงตรงกลางจึงจะถึงบันได พื้นที่ทำงานจึงแบ่งแยกจากพื้นที่ส่วนตัวได้เลยออกแบบบ้าน

UNFINISHED BUT COMPLETE

เทคนิคการเล่นระดับยังคงเป็นไม้ตายสำหรับการแบ่งฟังก์ชั่นให้กับบ้าน ส่วนที่เป็นออฟฟิศอยู่ต่ำลงไปจากผิวดิน 5 ขั้น จึงเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ทำงาน แต่ก็ยังคงร่มรื่น โปร่งสบาย สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานให้กับโฮมออฟฟิศสถาปนิก

HOME IS THE 3rd PLACE

ข้อดีของอาคารพาณิชย์ คือการแบ่งแต่ละชั้นตามฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างง่ายดาย ร้านกาแฟโฮมออฟฟิศแห่งนี้ซ่อนบันไดซึ่งเป็นทางสัญจรสู่ชั้นบนที่เป็นพื้นที่พักผ่อนเอาไว้ด้านหลังสุด เพื่อบังสายตาจากบริเวณพื้นที่สาธารณะ อาจใช้การติดตั้งผ้าม่านผืนใหญ่ หรือประตูเหล็กโปร่งเพื่อช่วยพรางตา และป้องกันความเป็นส่วนตัวอีกชั้นหนึ่ง

ESSENTIAL ELEMENTS

วางแปลนให้คนทำงานกับคนอยู่บ้านอยู่ร่วมกันได้โดยไม่แยกจากกันในบรรยากาศโฮมออฟฟิศที่มีเส้นบาง ๆ กั้นระหว่างความเป็นส่วนตัวกับสาธารณะ หัวใจคือบันไดไขว้กัน 2 อัน แบ่งแยกพื้นที่ด้วยพาร์ทิชัน แล้วขึงผ้าคอตต้อนช่วยกรองแสงแดดที่ส่องลงมาผ่านช่องแสงเหนือบันไดในส่วนพักอาศัย ผ้าสีขาวนี้นอกจากเป็นตัวเกลี่ยแสงธรรมชาติให้กระจายออกอย่างนุ่มนวลทั่วทั้งบ้านแล้ว ยังเป็นตัวแทนของโปรดักต์เสื้อผ้าด้วย

FORESEEN THE UNFORSEEN

การแบ่งโครงสร้างเหล็กของอาคารออกเป็นยูนิต เพื่อยืดหยุ่นกับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เริ่มด้วยบ้านและสตูดิโออย่างละครึ่ง หากโฮมออฟฟิศโตขึ้นก็สามารถย้ายขึ้นไปบนชั้นสองได้ แค่ทุบผนังทั้งหมดออกก็สามารถทำเป็นสตูดิโอขนาดใหญ่ได้เลย และถ้าจะเปลี่ยนกิจการเป็นแกลเลอรี่บนชั้นสองก็ทำได้เช่นกัน

HOUSE AS IT IS

ดีไซน์ของโฮมออฟฟิศนี้มีลักษณะคล้ายกล่อง 2 กล่องที่เป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัวคนละปีกตึก จึงแยกห้องทำงานไว้ที่ส่วนหน้าสุดของบ้าน โดยมีประตูเล็กๆ ด้านหลังซึ่งซ่อนทางเข้าแคบๆ ก่อนเปิดออกสู่พื้นที่ส่วนกลางของบ้าน “การได้ทำงานที่บ้านเป็นความสบายใจไม่ต้องไปหาอะไรที่ไหน ทุกอย่างอยู่ที่นี่ ยิ่งได้ทำงานในสเปซที่ชอบและสิ่งแวดล้อมที่เราสร้างมันขึ้นมา ก็รู้สึกว่าบรรยากาศในการทำงานดีขึ้น”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *