คำถามที่พบบ่อยเมื่อจะซื้อรถมือสอง

คำถามที่พบบ่อยเมื่อจะซื้อรถมือสอง จะซื้อรถมือสองทั้งที แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้าง เพราะเป็นมือใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้แบบมาก จะทำยังไงดีน้า คำถามก็มีมากมาย จะหาคำตอบแบบครบถ้วนได้ที่ไหน

บทความดีๆมาแนะนำสำหรับคนที่กำลังอยากซื้อรถมือสองค่ะ สำหรับคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อรถยนต์มือสอง อาจเพราะเหตุผลที่มีราคาถูกกว่า และไม่มีความจำเป็นที่ต้องซื้อรถยนต์มือหนึ่ง การซื้อรถยนต์มือสองถือเป็นทางเลือกที่ดีพอสมควร เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆ จะถูกลง ในประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายน่าจะตัดจบไปได้เลย หากตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะซื้อ แต่ยังไม่รู้ว่าต้องทำยังไงบ้างและอาจะมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย วันนี้เราจะพาไปเจาะ คำถามที่พบบ่อยเมื่อจะซื้อรถมือสอง และล้วงคำตอบให้ทุกคนได้ทราบกันว่ามันจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.ต้องเช็กอะไรบ้าง?

สิ่งควรเช็กขณะเลือกรถมือสองนะคะ การเลือกรูปร่างหน้าตาภายนอก รุ่นรถ สี เป็นสิ่งที่ใช้ตาเปล่าเลือกได้อยู่แล้ว เราก็มองหารถรุ่นที่ใช่สำหรับเรา ต่อมาเราก็มาดูเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะด้านตัวเครื่อง การใช้งาน ความสมบูรณ์ของตัวรถคงต้องหาหลักฐานต่างๆ มายืนยันกันหน่อย ทำให้เราต้องสนใจและใส่ใจที่จะร้องขอเพื่อตรวจสอบ 5 สิ่งเหล่านี้

  • สมุดประวัติรถ

สิ่งนี้จะเป็นตัวตัดสินได้เลยว่าเจ้าของรถนั้นดูแลรถคันนี้ดีหรือเปล่า? เพราะสมุดประวัติรถจะแจกแจงว่ารถคันนี้ถูกบำรุงรักษาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ และเข้าศูนย์เพื่อเช็กระยะ เช็กตัวเครื่องอยู่เป็นประจำหรือเปล่า มากกว่านั้นรถคันนี้เคยซ่อมหรือเปลี่ยนอะไรตรงไหนบ้าง มีให้ครบ ถ้าคันไหนมีสมุดประวัติรถให้ ติ๊กผ่านได้เลย!

  • เลขไมล์รถและเลขตัวถัง

จะดูได้อย่างไรว่ารถคันนี้ใช้งานหนักหนาแค่ไหน ให้ดูที่เลขไมล์ สำหรับคนที่ไม่เคยซื้อรถมาก่อน สิ่งนี้สำคัญพอสมควร ซึ่งหากเป็นรถบ้านจริงๆ ไม่ควรเลือกที่มีเลขไมล์เกิน 30,000 กิโลเมตร และอย่าลืมเช็กตัวถังรถด้วย ข้อนี้ต้องใช้สกิลการจับผิดกันเล็กน้อย ใช้สายตาสอดส่องดูฝากระโปรง ตัวรถด้านหลัง สีด้านข้างรถ ทะเบียนรถว่ามีอะไรผิดปกติไปหรือไม่ บางคันอาจเคยเคลมมาก่อน หากเจ้าของรถไม่ได้บอก แล้วเราไปเจอบางจุดเข้า ก็โบกมือลาคันนี้ไปได้เลย

  • ช่วงล่างรถ เครื่องรถยนต์และเกียร์

ลองขอเจ้าของรถหรือที่เต้นท์สตาร์ทรถดู หรือทดลองขับดูก่อน ลองเข้าเกียร์ดูว่ามีสะดุดรึเปล่า และลองขับผ่านทางขรุขระดูว่าช่วงล่างยังแน่นยังดีอยู่ไหม พบเสียงอะไรผิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรก็มั่นไปอีกเปราะนึงเนาะ

  • เบรคและยางรถ

รถมือสอง อาจขับจนยางสึก ดอกยางเหลือน้อย หรือไม่เคยได้รับการเปลี่ยนยางสักชุดเลย ให้เช็กดู พร้อมทำใจเรื่องผ้าเบรคไว้ด้วยก็ดี แนะนำให้เปลี่ยนใหม่ เพื่อความอุ่นใจของเราเอง เบรคและยางเป็นส่วนสำคัญเลยทีเดียว

  • ห้องโดยสาร

เรื่องห้องโดยสารด้านในตัวรถ ใช้เซ้นส์ดูได้เลย แอร์เย็นไหม ปรับแล้วได้ตามที่ปรับรึเปล่า เบาะรถ คอนโซล กลิ่น และมีตรงไหนที่พังหรือเสียไหม เช็กให้เรียบร้อยทั้งหมด เพื่อความมั่นใจของเราค่ะ

2. ต้องถามอะไรกับคนขายรถ?

นอกจากเช็ครถเรียบร้อยแล้ว เราก็ควรมีคำถามกับทางคนขายรถด้วยเพื่อความชัวร์ ส่วนคำถามที่ควรถามจะมีอะไรกันบ้าง เราได้ลิสต์ไว้ให้แล้วค่ะ

-รถมีอุปกรณ์เสริมอะไรมาบ้าง
ถึงแม้จะบอกหรือไม่ได้บอกในประกาศก็เป็นสิ่งที่คุณควรจะต้องถาม โดยเฉพาะอุปกรณ์หลักๆ เช่น ครุยส์คอนโทรล กระจกไฟฟ้า เบาะปรับไฟฟ้า ระบบแอร์ เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้ แอร์แบ็ค กระจกหลังปรับไฟฟ้า เป็นต้น เพราะเมื่อคุณถามอีกครั้ง คุณอาจจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละอุปกรณ์มากขึ้นก็ได้

-รถคันนี้เคยชนมารึเปล่า
แน่นอนว่าส่วนมากมักจะตอบว่าไม่เคยโดน หรือโดนขีดข่วนบ้างแต่ไม่หนัก ดังนั้นคุณควรถามถึงรายละเอียดการชนแม้จะเล็กน้อย เช่น ซ่อมไปแพงรึเปล่า หรือว่าซ่อมนานรึเปล่า หรือว่าถามชื่ออู่ว่าซ่อมที่อู่ไหน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าคุณควรไปต่อกับรถคันนั้นหรือไม่

-ซื้อมือหนึ่งออกห้างเลยรึเปล่า
เพราะหากเป็นเจ้าของคนแรก คุณก็ไม่จำเป็นต้องหาประวัติจากที่อื่นๆ แต่หากว่าเป็นรถที่ซื้อต่อมาอีกที คุณอาจจะต้องไปตามประวัติก่อนหน้านี้เอง และถ้าผ่านมาหลายเจ้าของแล้ว ก็อาจจะมองหาตัวเลือกต่อไปได้

-ขับคันนี้ประจำเลยรึเปล่า
เพราะการได้คุยกับเจ้าของที่ขับรถคันนั้นเป็นประจำ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าเขาหรือเธอเป็นเจ้าของที่หมั่นดูแลเอาใจใส่รถที่คุณกำลังสนใจอยู่หรือไม่

-ทำไมถึงตัดสินใจขายรถแล้วล่ะ
ส่วนมากจะตอบว่า “กำลังจะซื้อคันใหม่” คุณอาจถามต่อได้เลยว่า “คันนี้ขับไม่สนุกแล้วหรอ” หากว่าฟังเหตุผลดูแล้ว ไม่เข้าทีก็ดูต่อที่คันถัดไปได้เลย

3.ต้องเตรียมเงินไว้เท่าไหร่ในการจัดทำไฟแนนซ์?

ราคาก็จะตามแต่ไฟแนนซ์ที่นั้นส่วนใหญ่จะมีค่าโอนแสนละ 500 บาท 500,000 บาท ของราคาตัวรถ = 2,500บาท+ค่าดำเนินการต่างๆของไฟแนนซ์ไม่น่าเกิน 5,000บาท ส่วนที่เหลือที่จะงอกมาก็อยู่ที่ว่าคุณจะทำประกันชั้น1กับทางไฟแนนซ์ไปเลยหริอจะทำเองค่ะ

4. จะจองรถได้ยังไงนะ?

เมื่อเราได้รถที่ถูกใจแล้วให้เอาเงินไปจองไว้กับเต้นท์รถประมาณ 5,000 บาท แล้วขอเวลาจัดไฟแนนซ์กับเจ้าของรถ เผื่อเวลาไว้หน่อยบอกไว้10-15 วัน ถ้าจัดไฟแนนซ์ไดด้เสร็จทันเวลาก็ไปทำเรื่องซื้อรถได้เลย! ในใบจอง ควรระบุข้อมูลที่ชัดเจนถึงวันรับรถ และของแถมที่ได้รับทั้งหมด (ระบุด้วยว่าเป็นของแท้ หรือเทียม) ซึ่งถ้าขาดอะไรไป จะมีข้อเสียเปรียบได้ ดังนั้นให้เซลล์เขียนรายละเอียดทั้งหมดลงไป เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ในอนาคต

5. ประกันรถยนต์ควรทำชั้นไหนดี?

สอบถามเจ้าของรถหากเราซื้อรถมือสองแบบรถบ้าน แต่ถ้าซื้อกับเต็นท์รถยนต์มือสอง ต้องถามเลยว่าประกันรถยนต์ยังมีอยู่ไหม? หรือยกเลิกไปแล้ว ทีนี้พอได้คำตอบก็ได้เวลาเลือก หากรถมือสองที่จะซื้อมีอายุหลายปี ควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าสภาพรถยนต์จะยังดีเหมือนใหม่หรือใหม่ ซึ่งการเลือกทำแบบชั้น 1 จะทำให้เซฟค่าซ่อมรถได้ หากเกิดเหตุต้องเคลมขึ้นมา แต่หากคุณไม่ได้กังวลเรื่องนี้นัก เพราะสภาพรถมือสองที่กำลังจะซื้อนั้นใหม่เอี่ยม ถ้าเป็นแบบนี้ คุณไม่มีความจำเป็นต้องทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็ได้ เบี่ยงประเด็นความสนใจไปอยู่ที่ประกันรถยนต์ชั้น 2 และประกันรถยนต์ชั้น 3 แทน เพราะก็คุ้มครองได้เหมือนกัน ต่างกันที่ความคุ้มครองนิดหน่อย ส่วนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ เนื่องจากประกันรถยนต์ชั้น 1 มีค่าเบี้ยที่แพงกว่าชั้นอื่นๆ

6.ดูเล่มรถอย่างไร

– ดูความเป็นเจ้าของในเล่มจะมีรายการความเป็นเจ้าของไว้ ผู้ถือกรรมสิทธิ์คือใคร ผู้ครอบครองคือใคร

– ดูรายการบันทึกเจ้าหน้าที่ในหน้า 18 ว่ามีบันทึกการเปลี่นยแปลงหรือเพิ่มเติมอะไรบ้าง

7.เอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง?

1)สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ซื้อ/ผู้ขาย

2)สำเนาบัตร ผู้ซื้อ/ผู้ขาย

3)เล่มทะเบียน(ถ้าเจ้าของเดิมซื้อสดมา) สัญญาเช่าซื้อ(เจ้าของเดิมซื้อผ่อน)

4)เอกสารที่มารายได้ของคุณ

แบบแรกคือ มนุษย์เงินเดือน

-สลิปเงินเดือน

-รับรองเงินเดือน

-สมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง6เดือน

แบบที่ 2 คือทำธุรกิจส่วนตัว

-สมุดบัญชีเหมือนอันที่ยกตัวอย่างไปแล้ว

-ใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)

-ใบเสร็จค่าเช่าสถานที่ ที่ใช้ในการทำอาชีพนั้น (ถ้ามี) เช่นขายของตลาดนัดต้องมีใบนี้แน่ๆ

-ใบสัญญา เช่นเหมือนข้างบนถ้าขายแบบแผงถาวรต้องมีแน่ๆ

-ภาพหน้าร้าน/อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาชีพ (หมายรวมถึงของที่ขายด้วยนะ)

 

เต้นท์รถ เชียงใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *